เวทีสร้างหลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลง จากสุโขทัยสู่แม่สอด

บทความ

วันที่ ๔-๘ มกราคม ต้นรับปีใหม่ ๒๕๕๖

นับเป็นข่าวดีที่มีเวทีสร้างหลักสูตรผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภายใต้โครงการเสริมศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลงภาคประชาชน โดยการสนับสนุนของสำนักงานปฏิรูป (สปร.)

ในวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๖

อากาศที่เมืองเก่าสุโขทัยกำลังสบาย เวทีที่เคยเคร่งขรึม จริงจัง ได้ผ่อนคลายด้วยธรรมชาติบ้านทุ่ง และมนต์ขลังทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของสุโขทัย ทำให้ผู้เข้าร่วมเวที (ซึ่งได้รับการคัดเลือกด้วยเหตุผลร้อยแปดอย่างของผู้จัดการโครงการ) ได้พลังจากธรรมชาติรอบกาย อิ่มเอม และจินตนาการกว้างไกล ซึ่งธรรมชาตินี้เองเป็นสิ่งสามัญที่สุดที่เรามักจะหลงลืมผัสสะส่วนนี้ไป

ภาพนี้ขอบรรยายว่า “ห้องเรียนรู้ธรรมชาติ โล่งกว้าง หญ้าเขียวแทรกตัวผ่านดินชุ่ม ลมเย็นสัมผัสผิวกายชวนฝัน เสียงจิบจิบ อ๊อบๆแอ๊บๆ เคล้าเสียงเครื่องสูบน้ำอย่างสม่ำเสมอ … และพวกเราเฝ้ามองพระอาทิตย์ลับยอดดอยพร้อมกัน”

วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖

เราที่ยืนอยู่ ณ ปัจจุบัน มีที่มาด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน ไม่ค่อยมีใครที่สนใจสืบค้นอดีต ที่มา บรรพบุรุษแห่งตน เวทีครั้งนี้ได้เรียนรู้รากเหง้าตนเองผ่านโบราณสถานที่ยังคงหลงเหลืออยู่ให้เห็นในปัจจุบัน ความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษที่หลงเหลือ่องรอยไว้ เป็นภูมิปัญญาที่ยอดเยี่ยม และคงเอกลักษณ์แห่งตนไว้ได้อย่างแยบยล … เวทีเปิดกว้างทางจินตนาการนี้ จึงไม่พลาดที่ผู้เข้าร่วมเวทีจะเดินทางสู่อดีตของตนเองอีกครั้ง

เช้านี้ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จับความได้ว่า จากที่เราได้เรียนรู้และท่องจำในตำราแต่ละเล่ม ที่กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของเรา ล้วนเป็นความเชื่อมต่อ ผูกโยงเป็นเรื่องราวเดียวกันอย่างแยกไม่ออก หากแต่เราถูกแบ่งแยกเรื่องราวด้วยหนังสือแต่ละเล่ม ซึ่งเป็นการศึกษาที่แยกส่วน แต่วันนี้ ทำให้ฉุกคิดว่า ผู้เข้าร่วมที่มาเจอกันในครั้งนี้ ทุกคนอาจจะมีบรรพบุรุษเดียวกัน (ก็เป็นได้)

พระอจนะ วัดศรีชุม ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นพระพูดได้ เป็นกุศโลบายที่แยบยลของการเรียกขวัญ กำลังใจให้แก่เหล่าทหารหาญที่เหนื่อยล้าจากการรบฟัน พระอัจนะตั้งอยู่ในมณฑปใหญ่ (แต่หลังคาไม่มีแล้ว) รอบมณฑปเป็นผนังหนา ด้านซ้ายของประตูทางเข้ามณฑปมีช่องเล็กๆที่เชื่อมไปยังข้างหลังของเศียรพระพุทธรูป ซึ่งคนสามารถขึ้นไปตามช่องนี้ได้….ครั้งหนึ่ง ที่ทหารรบมานานและเสียขวัญกำลังใจ เหล่าทหารได้มากราบไหว้พระอัจนะนี้ สมเด็จพระนเรศวรให้ทหารขึ้นไปตามช่องนี้ เพื่อกล่าวเรียกขวัญกำลังใจทหาร ว่าการรบครั้งนี้จะได้ชัยชนะ ภายในมณฑปนี้เสียงจะก้องกังวาล ทหารแปลกใจในความศักดิ์สิทธิ์ มีขวัญกำลังใจที่ดี และได้ชัยชนะในสงคราม

การไปกราบไหว้ครั้งนี้ พระอจนะไม่ได้สำแดงเดชพูดได้ แต่สายตาที่พระอัจนะส่งมาเบื้องล่าง ได้เพิ่มพลังให้แก่ผู้มากราบไหว้อย่างไม่รู้ตัว

อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ กล่าวว่า ธรรมชาติ จากบุคคล จากสรรพสิ่งใดก็ตามมีพลังในตัวของมันเอง เราอย่าไปยึดสิ่งเหล่านั้น  หากวันใดที่ธรรมชาติ บุคคล และสรรพสิ่งเหล่านั้นสูญสิ้น เรามิต้องหมดพลังไปกับสิ่งเหล่านั้นหรือ? พลังที่แท้ อยู่ใกล้เราที่สุดจนเกือบจะมองไม่เห็น มาจากภายในบุคคล มาจากเรานี่เอง .. จงทำให้พลังเรามีอยู่ทุกเมื่อทีเรายังลืมตา และตราบที่เรายังสามารถหายใจเข้าออก ที่สำคัญ พลังจากเราสามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้อย่างไม่มีวันหมด

วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๖

เรียนรู้เส้นการเดินทางของชาวไทยพลัดถิ่น และการทำงานที่หนักหน่วงของประชาสังคมตาก ทำงานอย่างจริงจัง เด็ดเดี่ยว อดทน เข้มแข็ง และเฉียดตายตลอดมา แต่ชาวประชาคมตากก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานเหล่านี้ต่อไป ด้วยเหตุผลที่ว่า เกิดมาบนแผ่นดินไทยต้องตอบแทนคุณแผ่นดินไทย ด้วยจิตอาสาของความเป็นผู้ให้ ผู้สำนึกต่อสาธารณะที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็ก …ผลที่เกิดขึ้นตลอดช่วงการทำงานที่ผ่านมา ทำให้เกิดผลดีต่อคนที่ได้รับการช่วยเหลือ เช่นแรงงานเด็กชาวพม่า คนไทยพลัดถิ่นในพม่า ชาวบ้านที่เคียงอยู่กับป่า ธรรมชาติ และผลต่อตัวเองที่ทำให้ตัวเองมีพลังภายในอย่างเต็มเปี่ยม มิได้ลดทอนหรือมลายไปกับอุปสรรคที่เข้ามาทดสอบ

วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕

ค้นหาความจริง สืบค้นบรรพชน ก่อเกิดตัวตนคนไทย… ตามรอยเส้นทางของคนไทยพลัดถิ่นในเขตชายแดนพม่า ที่เมืองเมียวดี … เมื่อได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในสื่อสาธารณะใดๆ ถือเป็นความเจ็บปวดลึกๆ ที่รับไทยพยายามยัดเยียดให้คนเหล่านี้เป็นคนไทยพลัดถิ่น เป็นคนไทยสัญชาติพม่า และไม่มีเลขบัตรประชาชนเหมือนคนไทย โดยไม่ได้สืบค้นที่มาของเขาเหล่านี้ว่ามาจากไหน เขาก็คือคนที่เดินทางมาจากภาคเหนือของไทย ทำมาค้าขายผ่านเส้นทางลำปาง สุโขทัย แม่สอด ข้ามแม่น้ำเมยไปพม่า! ความจริงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ หากต้องสืบค้นทางเอกสาร โบราณวัตถุ รูปแบบวิถีชีวิต วัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับคนไทยอยู่ไม่น้อย

การไปครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่สืบค้นบรรพชนเพื่อระบุตัวตน เรามักจะมองเขาว่าเป็นพวกล้าหลังทางวัตถุ แต่เขาพวกก้าวหน้าทางระบบคิดโดยที่เราไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้เลย โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ –เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเมียวดี (Myawadi Border Trade Zone) เพื่อรองรับการเป็นเส้นทาง EAST-WEST Economic Corridor มีพื้นที่พัฒนารวมประมาณ 460 ไร่ (เป็นการตัดเขาทั้งลูกเพื่อส่งเสรมิการทำเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้) ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นพื้นที่สำหรับสำนักงาน ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) ส่วนตรวจสอบสินค้า และช่องทางสำหรับพิธีการทางด้านศุลกากรแบบครบวงจรประมาณ 180 ไร่ และพื้นที่สำหรับอาคารขนถ่ายสินค้าขนาดใหญ่ รวมไปถึงพื้นที่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมก่อสร้าง และการพาณิชย์ประมาณ 300 ไร่ ที่แห่งนี้จึงเป็นเสมือน จุด one-stop service อำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดนอย่างยิ่ง..ขณะที่ไทย ก็เคยกำหนดเขต แม่สอด-พบพระ-แม่ระมาด จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของฝั่งไทย แต่ก็ยังเป็นได้แค่วุ้นที่ไม่มีกำหนดคลอด

การเรียนรู้แล้วเก็บขึ้นหิ้ง สุดท้ายก็หลงลืม หลังจากสัมผัสความจริงจากการสืบค้นเส้นทางบรรพบุรุษ ผู้เข้าร่วมทุกคนเกิดความรู้สึกต่างกัน หลั่งไหล พรั่งพรู ด้วยความสงสัย ความเห็นใจ ความเศร้า ถ่ายทอดสู่ผู้เข้าร่วมอื่นในเวที มีแลกเปลี่ยน ทำความเข้าใจให้ถูกต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน… บรรยากาศที่แม่สอด ความศักดิ์สิทธิ์และพลังจากธรรมชาติสร้างมนต์ขลังแห่งความคิด ปิดสวิสซ์เรื่องราวอื่น เปิดใจพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างเต็มที่ต่อสถานการณ์ที่ได้พบ เห็น ได้ยิน ในทุกแง่มุมที่ประชาคมตากนำเสนอผ่านความจริงที่ชายแดนแม่สอด ผ่านกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ เพื่อส่งทอดพลังสู่กลุ่มและเติมต่อศักยภาพแห่งตนไปพร้อมกัน

วันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๖

เวทีการเรียนรู้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสถานที่สงบ โปร่งโล่ง ในห้องใดๆ หากแต่ ทุกสถานที่ ทุกอิริยาบถ สามารถทำให้เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ได้ไม่จำกัด ไม่เว้นแม่แต่บนรถ บนโต๊ะอาหาร ทางเดิน ห้องน้ำ หรือโต๊ะกาแฟ

ทริปนี้ หากมองผ่านเป็นทริปท่องเที่ยวหรือศึกษาดูงาน ไปเพื่อถ่ายรูป ชื่นชม แล้วกลับมาลงรูปให้เพื่อนดูว่าเคยไปพิชิตสถานที่แห่งนี้มาแล้วเท่านั้น แก้วว่างเปล่าทีเ่ราเตรียมไปตักตวง เติมเต็ม พลังและกำลังใจในการทำงานภาคประชาสังคมให้กันและกัน ก็ยังไม่เพียงพอต่อสิ่งที่เราได้รับจากสิ่งที่เราเห็น ได้ยิน ได้เห็น ได้สัมผัสด้วยใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา และความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต … ผู้เข้าร่วมท่านหนึ่งบอกว่า

ที่มากมายจน ดูว่าสิ่งที่อาจารย์เต็มใจสอนนั้นล้นภาชนะของตัวเองที่รองรับ ยังกับว่าท่านเผื่อไว้ก่อนให้หยิบใช้ถ้าอยากใช้ เหน็บฝาบ้านไว้ก่อน

ขอขอบคุณอาจารย์ทุกท่าน ที่ถ่ายทอดเรื่องราวให้ (ผู้เขียน) ได้เก็บจำ บันทึก … ปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้รับโอกาสต่อๆไป

Share