การปฏิรูปกฎหมายเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย

เรื่องราวน่ารู้

ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล

นักวิจัย ชุดโครงการ MEAs Watch สกว.ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ

3 มีนาคม 2552

ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกษตรเชิงพาณิชย์ เครื่องสำอาง หรือยาต่างก็ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีชีวภาพเป็นอย่างมาก อุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลในแต่ละปี ผลักดันให้ธุรกิจด้านไบโอเทคขยายตัวสูงขึ้น ในปี ค.ศ.2006 บริษัทด้านไบโอเทคในประเทศสหรัฐอเมริกามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 73.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับในทวีปยุโรป สินทรัพย์ของบริษัทด้านไบโอเทคก็เพิ่มขึ้นเป็น 62.1 พันล้านยูโร การขยายตัวของอุตสาหกรรมไบโอเทคเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการขยายปริมาณการสำรวจทางชีวภาพ (Bioprospecting) ในประเทศต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสมบูรณ์ เช่น ประเทศบราซิล อินเดีย และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา รวมทั้งประเทศไทย

ประชาคมระหว่างประเทศตื่นตัวต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรม และกังวลต่อปัญหาการลับลอบเข้าถึงและใช้ประโยชน์โดยประเทศที่เป็นเจ้าของทรัพยากรพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย ที่เรียกว่า “โจรสลัดชีวภาพ” (Bio-piracy) และหยิบยกเป็นประเด็นเจรจาในเวที CBD และนำมาสู่การเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (International Regime on Access and Benefit-sharing- IRABS)

บทความนี้จะกล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย และสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนตาม CBD โดยบทความนี้จะแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นสภาพปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย ในส่วนที่สองเป็นผลกระทบที่เกิดจากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพในเชิงเศรษฐกิจ ถัดไปจะเป็นข้อเสนอแนวทางพัฒนาปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทยเพื่อให้เอื้อและเกิดประสิทธิภาพต่อการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ และส่วนสุดท้ายเป็นบทสรุป

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม และดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่ :  http://www.measwatch.org/autopage/show_page.php?t=19&s_id=91&d_id=91

Share