city001.gifสุขภาวะ หมายถึง สภาวะ ที่มนุษย์มีความสุขทั้งในฐานะปัจเจกบุคคล และกลุ่ม เพราะเพียง แต่ความสุขของคนๆ เดียวนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดสุขภาวะ แต่ต้องเชื่อมต่อเป็นความสุขของ ครอบครัว ของชุมชน เป็นความสุขของคนในที่ทำงาน ของกลุ่ม สู่ความสุขของสังคม ความ สุขเหล่านี้ประกอบด้วยความสุขพื้นฐานจากปัจจัยสี่ที่เป็นวัตถุ ไปจนถึงสุขภาพทางใจ รวมทั้ง การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในชุมชน คนในชุมชนได้ดูแลซึ่งกันและกัน และพัฒนาทางจิตวิญญาณ ไปสู่ความสงบ สุขภาวะเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีองค์ประกอบมาก แต่ท้ายสุดจะพบว่า สุขภาวะจะต้อง ประกอบไปด้วยความสุขทางกาย และความสุขทางใจ

เมื่อพูดถึงสุขภาวะของคนกรุงเทพฯ แล้ว จะพบว่า มีเป็นหย่อม เป็นย่าน หรือเขตพื้นที่ หากจะพูดในภาพรวมทั้งกรุงเทพ คงเป็นเรื่องลำบาก เพราะพื้นที่กว้างใหญ่ และแต่ละแห่งก็มีปัญหามากน้อยหนักเบาต่างกัน อย่างไรก็ตาม ที่เห็นได้ชัดคือ คนกรุงเทพฯ มีประเด็นทุกข์ร่วมในเรื่องมลภาวะ เช่น ฝุ่นละออง มลพิษทางเสียง ขยะล้น อากาศร้อนและเป็นพิษ คนกรุงเทพฯ กำลังต่อสู้ภายใต้องค์ประกอบของปัญหาที่แตกต่างกัน

ประเด็นหลักๆ ที่ทำให้สุขภาวะของคนกรุงเทพฯ ลดลง อาจดูได้จากงานวิจัยที่มีอยู่จำนวนไม่น้อยและหลากหลายเรื่องราว ทั้งเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อาชญากรรม มลภาวะทางอากาศ การคมนาคมขนส่ง ฯลฯ ที่มาสำคัญอย่างหนึ่งของปัญหาคือ คนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งไม่ได้เกิดในกรุงเทพฯ ในกรุงเทพฯ มีคนกรุงเทพฯ จริงๆ เพียงหนึ่งในสาม ที่เหลือเป็นผู้อพยพโยกย้ายถิ่นเข้ามาทำงาน ดังนั้นปัญหาของกรุงเทพฯ จึงเป็นปัญหาที่มาจากชนบทด้วย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระจายความเจริญของประเทศที่ไม่ทั่วถึง ปัญหาอยู่ตรงที่ว่า มีน้อยคนที่ไม่ได้เกิดในกรุงเทพฯ แต่เห็นคุณค่าและช่วยดูแลกรุงเทพฯ ขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตื่นตัวหรือสนใจเรื่องสังคม ซึ่งการที่คนเราจะลุกขึ้นมาทำอะไรนั้น มักจะมีฐานมาจากความผูกพันกับท้องถิ่นของตนเป็นสำคัญ

การสร้างสุขภาวะของคนกรุงเทพฯ หากพูดกว้างๆ แล้ว ก็จำเป็นจะต้องดูแลเรื่องมลพิษ เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจะต้องเข้ามาช่วยกันจัดการและดูแลทั้งโดยภาครัฐและชุมชน นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือ การเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้มากขึ้น เช่น สวนสาธารณะ พื้นที่ทำกิจกรรมและออกกำลังกาย ขณะ ที่ในต่างประเทศ จะมีพื้นที่สาธารณะมาก ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สำหรับวัยรุ่นใช้สร้างสรรค์กิจกรรม ซึ่งชุมชนเข้ามาทำหน้าที่ดูแล โดยเฉพาะเรื่องกีฬา รวมทั้งการดูแลทางด้านศิลปวัฒนธรรม จริงๆ แล้วสังคมจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนสร้างสุขได้โดยไม่ต้องเข้า ศูนย์การค้า เราจะเห็นได้ว่ากิจกรรมทางวัฒนธรรมหลายอย่าง ทั้งดนตรี วาดภาพ และงานศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ ไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากเท่าที่ควร ดังจะเห็นได้ว่ามีงบประมาณด้านนี้น้อยเกินไป ขณะที่ประเทศที่เจริญแล้วอย่างประเทศญี่ปุ่น จะให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้สูงมาก โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น ภาครัฐของญี่ปุ่นได้สร้างโรงยิมเนเซียมขนาดใหญ่ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ดังนั้นเพื่อจะให้เกิดสุขภาวะขึ้นในกรุงเทพฯ ภาคราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเอาไว้ ซึ่งสามารถทำได้หลายระดับ อาจเป็นอาคารสถานที่ หรือการจัดหามุมสงบภายในวัด มีดนตรีในสวนสาธารณะ แม้ปัจจุบันทางกทม.ได้ทำอยู่บ้าง แต่กิจกรรมสร้างความสุขทางใจเหล่านี้ควรมีมากขึ้น

เมื่อเกิดพื้นที่สาธารณะแล้ว ก็จำเป็นต้องมีการดูแล ปัจจุบันพบว่า พื้นที่สาธารณะในกรุงเทพฯ ที่เสื่อมโทรมบางแห่ง เริ่มได้รับการปรับปรุงโดยชุมชมเข้ามามีส่วนในการพัฒนาพื้นที่และทำกิจกรรม เช่น มีการสอนดนตรีไทย มีการสร้างค่ายมวย มีพื้นที่ให้เด็กได้เล่นบาสเก็ตบอลหรือเล่นฟุตบอลได้จนกระทั่งดึกดื่น นอกจากนี้แล้ว กทม. ก็กำลังก่อสร้างศูนย์ศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องพยายามทำกันต่อไป เพราะคนกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเพิ่งหันมาสนใจในเรื่องเหล่านี้ ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นแหล่งที่น่าสนใจ หากสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ เพื่อจะได้ขยายไปยังเขตพื้นที่อื่นในอนาคต

ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ กลุ่มคนเล็กๆ ที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมควรได้รับการสนับสนุนมากขึ้น อย่าง เช่น กลุ่มมะขามป้อม ที่ทำงานทางด้านการแสดงร่วมกับชุมชนกันมาอย่างปากกัดตีนถีบเป็นเวลา ๒๐ ปี หากมีการสนับสนุนให้เกิดกลุ่มเล็กๆ ในลักษณะนี้ ประมาณ ๓-๔ กลุ่ม ผลักดันให้เกิดขึ้นในเขตต่างๆ ผู้คนก็จะได้เห็นตัวอย่างที่ดี ชุมชนสามารถที่จะถอดแบบเพื่อทำให้เกิดขึ้นจริงตามสภาวะของชุมชนของเขา ด้วยต้นทุนทางทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนของตนที่แต่ละแห่งมีศักยภาพและความพร้อมไม่เท่ากัน

สิ่งสำคัญในการสร้างสุขภาวะของคนกรุงเทพฯ คือต้องทำงานกับคนที่มีหัวใจ มีไฟ แล้วเรื่องอื่นๆ จะตามมาเอง เพราะหากทำงานกับคนที่ไม่มีใจ เช้าชามเย็นชาม ก็ย่อมไม่มีความสุข ไม่มีความงาม ไม่มีพลัง สุขภาวะต้องมาจากพลังข้างใน การคิด การพูดคุย การรับฟังซึ่งกันและกัน ความรู้สึกร่วมกันที่จะทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม และทุกอย่างที่ทำคือการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนา และนำกลับไปสานต่อ

การสร้างสุขภาวะ ไม่เหมือนกับการประกอบรถยนต์ขึ้นมาสักคันหนึ่ง แล้วรถสามารถวิ่งได้เลย เพราะ เป็นเรื่องของกระบวนการ ไม่ใช่เรื่องของการมองอะไรเป็นสูตรสำเร็จไปเสียหมด แต่ควรประสานให้คนที่ทำงานซึ่งมีด้วยกันหลากหลายกลุ่ม ให้ได้มีโอกาสพูดคุยกัน ใช้กระบวนการระดมสมองของคนที่สนใจ ใส่ใจ และเล็งเห็นความสำคัญ เข้ามานั่งคุยกัน เพราะถึงแม้ว่าจะมีเงินทุน มีโครงการใหญ่โต แต่หากคนไม่มีใจ ก็ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด จึงไม่ควรมองเรื่องเงินเป็นปัจจัยใหญ่ แต่ต้องมองเรื่องกระบวนการของคนที่มีความตั้งใจจริง และการสร้างสุขภาวะนั้น แต่ละคนอาจจินตนาการไม่เหมือนกัน จึงต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

ตอนนี้เราอาจจะกำลังพูดถึงกองทุนที่จะนำมาใช้สร้างสุขภาวะ เมื่อพูดถึงกองทุน เรามักนึกเป็นของแข็งที่สำเร็จรูป แต่จริงๆ แล้วกอง ทุนเป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ที่มีพลังงาน พลังใจ พลังทุน และนำสิ่งที่มีอยู่มาเชื่อมโยงเพื่อสร้างสิ่งที่ใหญ่ขึ้น มีความสามารถมากขึ้น ขยายผลได้ดี จัดการได้ดีขึ้น และให้ผลสะเทือนมากขึ้น

ที่มาของข้อมูล : บางกอกฟอรั่ม

บางกอกฟอรั่มเป็นหน่วยงานที่เอื้อให้กลุ่มพลเมืองที่มีจิตสาธารณะได้มาร่วมแลกเปลี่ยน ขบ คิดใคร่ครวญร่วมกัน ผ่านกระบวนการพูดคุย อันเป็นการร่วมสร้างพื้นที่ทางสังคม ที่เอื้อต่อการมาคิดและปฏิบัติการร่วมกัน ของชุมชน หรือเครือข่ายนั้นๆ เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาวิถีชีวิตและเมืองที่น่าอยู่ โดยดำเนินกิจกรรมและใช้เครื่องมือที่หลากหลายเพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วน ร่วม และการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นในกระบวนการพูดคุยสนทนา การระดมความคิด กิจกรรมและกระบวนการทางด้านศิลปวัฒนธรรม และการสื่อสารสาธารณะ สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน (www.bangkokforum.net)

Comments are closed.

กระดานข่าว CIVICNET
เพื่อนบ้าน