เมื่อวันศุกร์ที่ ๔- วันอาทิตย์ ที่ ๖ มีนาคม ๒๕๕๔   จังหวัดสระบุรี  ร่วมกับ  มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช   ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ  โครงการพัฒนาประชาธิปไตยเพื่อเพิ่มศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชน  จังหวัดสระบุรี  ณ โรงแรมทีเค พาเลซ กรุงเทพฯ   ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งนี้  จัดกระบวนการโดย มูลนิธิการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม  นำทีมวิทยากรกระบวนการโดย อาจารย์ชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์  ประธานสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (Civicnet)

โครงการพัฒนาประชาธิปไตยเพื่อเพิ่มศักยภาพความเข้มแข็งของชุมชน  จังหวัดสระบุรี  จัดทำขึ้นโดยมีกลุ่มเป้าหมายในการเข้าร่วมโครงการ ๑๔๐ คน ได้แก่ ข้าราชการ ผู้นำชุมชนท้องถิ่น นักการเมืองท้องถิ่น  แกนนำผู้สูงอายุ  แกนนำกลุ่มสตรี แกนนำประชาสังคม แกนนำนักพัฒนาเอกชน นักธุรกิจท้องถิ่น นักสื่อสารมวลชน  และแกนนำเยาวชน  จาก ๑๓ อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอมวกเหล็ก อำเภอวังแดง อำเภอเสาไห้  อำเภอเฉลิมพระเกียรติ  อำเภอหนองแค  อำเภอหนองโคน อำเภอวังม่วง อำเภอพระพุทธบาท อำเภอแก่งคอย  อำเภอวิหารแดง  อำเภอบ้านหมอ  อำเภอดอนพุด ของจังหวัดสระบุรี

อาจารย์ชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์  เริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้โดยให้ชาวสระบุรีได้เข้าใจถึงพื้นฐานความเป็นมนุษย์ คุณค่าและความหมายของชีวิต เรื่องของการคิดและการลงมือทำ  เปรียบเทียบกับฐานพระเจดีย์  ที่ต้องมีฐานอันมั่นคง และจะส่งต่อไปยังเรื่องของความคิดและจิตใจ  อันนำไปสู่ยอดพระเจดีย์ คือ เรื่องของการคิดและการกระทำ

จากนั้นจึงให้ผู้เข้าร่วมได้สนทนากันในกลุ่มย่อย โดยใช้กระบวนการ  Check in  ซึ่งเป็นกระบวนการที่เน้นการพูดและการฟังอย่างตั้งใจ  การให้เกียรติกัน  เป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม และการใช้วิจารณญาณ  รวมทั้งการฝึกในเรื่องของ “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา”

เมื่อผู้เข้าร่วมคุ้นเคยกับการสนทนาในกลุ่มย่อยแล้ว  อาจารย์ชัยวัฒน์  ได้เน้นถึงการทบทวนอดีต เพื่อให้ชาวสระบุรีได้สามารถคาดการณ์อนาคต จากบทเรียนในอดีต  โดยการทำแบบฝึกหัด “มองเหลียวหลังทบทวนและวิเคราะห์สังคมไทยใน ๑๐ ปี ที่ผ่านมา  และคาดคะเนสังคมไทยอีก ๕ ปีข้างหน้า  เมื่อทำแบบฝึกหัดเสร็จจึงได้มีการคาดการณ์อนาคตสังคมไทยร่วมกันของชาวจังหวัดสระบุรี

จากนั้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงภาวะผู้นำของพระมหากษัตริย์ไทยในยามที่ประเทศถูกท้าทายจากโลกาภิวัฒน์  และเห็นความสำคัญในการรักษาสถาบันกษัตริย์  เพื่อเป็นศูนย์รวมของเสถียรภาพในสังคมไทย   อาจารย์ชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์ ได้บรรยายเรื่องราวการสร้างชาติของพระมหากษัตริย์แต่ละยุคสมัย และยกตัวอย่างสำคัญๆ  เกี่ยวกับสายพระเนตรที่มองการณ์ไกลของกษัตริย์แต่ละองค์ และการวางแผนรับมือกับภัยคุกคามที่ต่างรูปแบบกันในแต่ละยุค แต่ละสมัย  จนกระทั่ง ในสมัยรัชกาลที่ ๙  ที่ได้มีพระดำริเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อให้คนในชาติสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้   และให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่มย่อยถึงข้อคิดที่ได้เกี่ยวกับภาวะผู้นำท่ามกลางความกดดันที่หนักหน่วง

นอกจากนี้ ในช่วงค่ำ ได้มีการฉายภาพยนตร์เพื่อการเรียนรู้ความเป็นผู้นำของ เนลสัน มันเดลา  ซึ่งเป็นชีวประวัติของผู้นำประเทศแอฟริกาใต้

ในวันเสาร์ ที่ ๕  มีนาคม ชาวจังหวัดสระบุรี เริ่มต้นการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ check in ในประเด็นของความประทับใจและสิ่งที่ได้เรียนรู้จากภาพยนตร์  ซึ่งส่วนใหญ่ชาวสระบุรีประทับใจในความเป็นผู้นำของเนลสัน  ที่มีทั้งความกล้าหาญ  ไม่มองข้ามสิ่งเล็กๆ น้อยๆ  ความชาญฉลาดในการนำกีฬามาสร้างความสามัคคีให้กับคนในชาติ ที่สำคัญคือ เรื่องของการให้อภัยของเนลสัน  ที่สามารถให้อภัยต่อคนผิวขาวที่กดขี่คนผิวดำมานับ ๑๐๐ ปี อันเป็นบาดแผลลึกที่มากกว่าสังคมไทย  ดังนั้น เรื่องของการให้อภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

อาจารย์ชัยวัฒน์  ได้ให้ความรู้เพิ่มเติม ยกตัวอย่างและบรรยายให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของโลก  ความซับซ้อนและพลวัตรของระบบโลกที่เข้ามากระทบกับประเทศไทย  เป็นการเตือนให้คนไทยไม่ดำรงชีพด้วยความประมาทและเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เกิดความสามัคคี ความร่วมมือ เพื่อเอาชนะวิกฤต  เมื่อมันเข้ามาถึงสังคมไทยและความสำคัญของระบบเศรษฐกิจพอเพียงในการรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้น  ให้เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมที่ทำมาหากินอยู่  และร่วมกันรักษาไว้เพื่ออนาคตของชาติต่อไป

อาจารย์ชัยวัฒน์ได้ให้ความรู้ โดยการยกตัวอย่างเรื่องของการผสมผสานระหว่างความเข้มแข็งของระบอบกษัตริย์กับประชาธิปไตย ดังตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของประเทศสแกนดิเนเวีย และได้เห็นอนาคตของประเทศในการใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของสังคม คุณภาพของชีวิต ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม

ผู้เข้าร่วมชาวจังหวัดสระบุรีได้ร่วมกันทำยุทธศาสตร์ของจังหวัดในการรับมือกับโลกาภิวัฒน์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  และได้ทำแบบฝึกหัดในเรื่องของการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น  ค้นหาจุดแข็งของตนเอง เพื่อพัฒนาจังหวัดสระบุรีให้มีเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สร้างสรรค์

ในวันสุดท้าย  คุณสมคิด ดวงแก้ว  และคุณสุปรีดี  วิสุทธิ  ได้อ่านบทกวี  ซึ่งได้แต่งขึ้น จากการได้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้   อันเป็นการมองประชาธิปไตยในแบบของดอกไม้หลากสี  อาจารย์ชัยวัฒน์ ได้บรรยายเพิ่มเติมในเรื่องของข้อคิดและปรัชญาว่าด้วยอะไรคือความจริงที่รู้เห็น  ซึ่งได้นำภาพต่างๆ มาให้ผู้เข้าร่วมได้มองและตัดสินใจว่าใครเห็นเป็นภาพอะไร  เพื่อให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องของความแตกต่างทางความคิดว่า สามารถคิดได้  และคนอื่นก็สามารถคิดอีกมุมได้เช่นกัน  ไม่ควรทำให้เกิดความแตกแยก ควรมองไปถึงสังคมโดยรวมว่าประเทศชาติจะได้อะไร สังคมจะได้อะไรเป็นสำคัญ

สุดท้าย อาจารย์ชัยวัฒน์  ให้ผู้เข้าร่วมช่วยกันคิดโครงการในแต่ละอำเภอ  โดยให้ทุกคนมองไปที่จุดแข็งของชุมชนท้องถิ่นของตนเอง และทำโครงการที่จะพัฒนาจุดแข็งนั้น  และโครงการที่เกี่ยวกับเรื่องของความรักความสามัคคี  ซึ่งจะเป็นโครงการดีๆ ที่เกิดขึ้นจะผู้นำในแต่ละอำเภอ เพื่อผลักดันให้เป็นโครงการที่จะนำไปสู่การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดได้ต่อไป

ผู้นำในภาคส่วนต่างๆ ของจังหวัดสระบุรี  ได้ร่วมกันคิดค้นโครงการดีๆ  มากมาย  ซึ่งทำให้เห็นถึงทิศทางของการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนให้เข้มแข็ง  สามารถยืนอยู่ได้บนกระแสโลกาภิวัฒน์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เน้นเรื่องของการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร  สุขภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กันไป

Comments are closed.

กระดานข่าว CIVICNET
เพื่อนบ้าน