เมื่อวันศุกร์ที่ ๒ – วันอาทิตย์ ที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๔ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (Civicnet) ทีมวิทยากรกระบวนการโดย อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนแก่เครือข่ายปฏิรูปประเทศไทย ในหัวข้อ “การปฏิรูปประเทศไทย” ณ กนกรัตน์รีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม

อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะของการปฏิรูปประเทศไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากมองการปฏิรูปประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องใหญ่และกว้างหลากหลายประเด็น ในเวทีนี้จึงเชิญผู้เข้าร่วมเวทีตั้งคำถามที่มีต่อการปฏิรูปประเทศไทยและประเทศไทยในมุมมองอื่นๆ เพื่อร่วมกันค้นหาคำตอบด้วยประสบการณ์และการตีความของแต่ละบุคคล อันนำไปสู่การฝ่าวิกฤติของประเทศไทยในอีก ๕ ปีข้างหน้า

คำถามในเวทีมีความหลากหลาย มาจากสมมุติฐานของคำถามแตกต่างกันไปตามการเน้นย้ำความสำคัญ ทว่าคำถามทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน โดยสามารถจำแนกเป็น
๑) การมองปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศ อาทิ ด้านเศรษฐกิจ การศึกษา แรงงาน สิ่งแวดล้อม สื่อเทคโนโลยี วัฒนธรรมภูมิปัญญา กลุ่มพลังอำนาจมวลชน (Geopolitics) และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนอกประเทศแต่มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อประเทศไทย อาทิ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเมือง เหล่านี้เกิดเป็นคำถามว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ดำรงอยู่อย่างไร ภาคประชาชน องค์การ รัฐบาล มีการเตรียมพร้อมป้องกันปัญหาอย่างไร และด้วยวิธีการใด
๒) การมองปัญหาในปัจจุบัน ในด้าน
๒.๑) การเรียนรู้ มีคำถามว่าทำไมการเรียนรู้ภาคทฤษฎีกับภาคปฏิบัติจึงไม่สอดคล้องกัน จะสามารถนำทฤษฎีไปสนับสนุนการปฏิบัติจริงได้อย่างไร และการเชื่อมโยงการเรียนรู้จากยุคหนึ่งไปสู่ยุคหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปสามารถทำให้เกิดการต่อเนื่องได้อย่างไร
๒.๒) พลังมวลชน องค์กร ปัจเจกบุคคล สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร มีกระบวนการจัดการขับเคลื่อนนั้นอย่างไร
๒.๓) สังคมไทยต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ทำไมจึงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง มีวิธีบริหารอย่างไรให้สังคมเกิดการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ต้องการ และ
๒.๔)ประเทศไทยควรมีกระบวนการดำเนินการอย่างไร จึงสามารถนำพาสังคมและประเทศไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดขึ้น (means and ends)

จากการประมวลปัญหาข้างต้น อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ไม่เพียงต้องการให้ผู้เข้าร่วมระดมสมองตั้งปัญหาและถกเถียงปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น หากแต่ประสงค์ให้ผู้เข้าร่วมในเวทีก้าวข้ามปัญหาด้วยการประชุมอย่างสร้างสรรค์ เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็น ทัศนะส่วนบุคคล ร่วมคิดวิธีบริหารปัญหาโดยรวม และค้นหาปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ โดยมติในเวทีมองว่า การดำเนินการบริหารปัญหา ต้องมีผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Leading Change) ทั้งตัวบุคคล องค์การ พลังมวลชน อาทิ สสส. พอช. สถาบันพัฒนา นักเคลื่อนไหว รวมถึงคลื่นลูกใหม่ที่มีพลังในการระดมมวลชนมากขึ้น อีกทั้งต้องสกัดผู้ที่มีบทบาทนำการเปลี่ยนแปลงด้วยการเคลื่อนไหวในสนาม ซึ่งเป็นผู้รู้ตัวจริง และต้องมีบทบาทร่วมกับเครือข่ายอื่นได้ โดยประเด็นใหม่ที่นำไปสู่การเคลื่อนไหวอย่างกว้างขวาง คือ การค้นหาข้อมูลใหม่ที่เป็นประเด็นใหญ่และน่าสนใจ ไม่ติดขังอยู่กับประเด็นเดิมที่พูดคุยกันมานาน โดยสื่อสารผ่านเวทีต่างๆ ทั้งเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงมวลชนได้มาก อาทิ อินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ รวมถึง เวทีพบปะพูดคุย ซึ่งดำเนินการผ่านทีมหรือคนในพื้นที่ที่มีความหลากหลาย
สุดท้ายเวทีมีมติเห็นควรให้จัดเวทีถอดบทเรียนการปฏิรูปประเทศไทย ๒๕๖๐ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกและท้องถิ่น โดยเชิญเครือข่ายจากท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติในสนามจริงมาร่วมคิดค้นปัญหาและหาแนวทางการบริหารในการประชุมครั้งต่อไป
เป็นกิจกรรมที่ดีมากเลยครับ สร้างประเทศของเราให้พัฒนาต่อไป ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆมีสาระนะครับ
I’d should analyze with you right here. Which can be not something I typically do! I just take enjoyment in studying a submit that will make individuals assume. Furthermore, many thanks for permitting me to comment!