<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title> &#187; บทความ</title>
	<atom:link href="http://thaicivicnet.com/blog/category/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaicivicnet.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 22 Jan 2012 03:43:16 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ปัญหาใต้ภูเขาน้ำแข็งของสังคมไทย</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/10/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/10/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Sep 2008 04:22:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=41</guid>
		<description><![CDATA[Karnjariya Sukrung
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้คือบทสะท้อนพัฒนาการที่ไม่สมดุลของสังคมไทยในทุกๆ ด้าน ทุกๆทาง คือสิ่งประจานความล้มเหลวของนักวิชาการและชนชั้นนำของสังคมนี้อย่างล่อนจ้อน ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่มีข้อเสนอแนะที่ดีอย่างทันท่วงทีจากนักวิชาการและชน ชั้นนำของสังคมก่อนที่กระบวนการเคลื่อนไหวของประชาชนจะล้มครืนลงมาอีกหน นักวิชาการและชนชั้นนำก็ควรต้องตรวจสอบตัวเองว่าท่านเห็นจุดยืนของความเป็น วิชาการว่าคือสิ่งใด และรับใช้คุณค่าใด

การ โจมตีการเข้ายึดสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ของกลุ่มพันธมิตรฯ ของนักวิชาการหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสาขาสื่อสารมวลชน ทำให้เกิดคำถามว่า นักวิชาการเหล่านี้เข้าใจ&#8221;การสื่อสารมวลชน&#8221;อย่างไร จึงได้สื่อสารออกมาเช่นนั้น ซึ่งเท่ากับเป็นการยื่นดาบให้แก่ฝ่ายที่กำลังเงื้อแขนขึ้นเพื่อฟันฝ่ายตรง กันข้าม แน่นอนว่าความผิดความถูกตามหลักการต่างๆนั้นต้องไม่ถูกละเมิด แต่นักสื่อสารมวลชนก็น่าจะต้องทราบว่าสารที่ท่านกำลังสื่อออกไปนั้นจะถูกนำ ไปใช้อย่างไรได้บ้าง
มองกลับ มาที่ตัวเองพบว่า มุมมองของตัวเองที่มีต่อกลุ่มพันธมิตรฯเปลี่ยนไปจากเดิมพอควร จากที่เคยมองอย่างไม่เชื่อถือ มาสู่มองอย่างไม่แน่ใจ มาสู่การมองเห็นข้อดี หากทักษิณให้บทเรียนแก่สังคมไทยในเรื่องของการละทิ้งคนจนโดยทำให้คนจนรู้ว่า ตัวเองมีอำนาจหรือราคาต่อรองอย่างไร เวทีชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯก็ให้บทเรียนแก่สังคมไทยในเรื่องมิติของผล ประโยชน์ที่อำนาจการเมืองสามารถมีได้ มีได้ลึกและไกลเกินกว่าการโกงหรือคอร์รัปชั่นที่สังคมไทยเคยคิดว่าเข้าใจ นับตั้งแต่การก่อตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมืองภายหลังการเปลี่ยน แปลงการปกครองหรือการถ่ายโอนอำนาจจากกษัตริย์และแวดวงของกษัตริย์มาสู่กลุ่ม นักเรียนนอกและทหาร (และกลุ่มทุนในที่สุด) ก็คงจะเป็นครั้งนี้แหละที่สังคมไทยมีที่เรียนวิชาการเมืองของไทย
ความ ยืนยาวของการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯคือสิ่งสะท้อน &#8220;ความเขลา&#8221; ของอำนาจรัฐ นายสมัครเรียกความเขลาของตัวเอง ว่าความอดทน สิ่งอันใดที่ควรได้กระทำ เพื่อคลี่คลายปมของสังคม ก็ไม่ได้ดำเนินการเลย สิ่งอันใดที่ไม่ควรกระทำ เพราะเป็นการผูกเงื่อนเพิ่มหรือดึงเงื่อนให้แน่นขึ้น ก็ได้ถูกริเริ่มหรือดำเนินการอย่างไม่รีรอ
สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ บอกว่า &#8220;สังคมนี้ไม่มีที่พึ่งทางปัญญา ไม่มีวิชาการใดในสังคมนี้ไม่ว่าจะแยกมาเป็นส่วนหรือร่วมกันที่สามารถเป็น ที่พึ่งของประชาชนได้ สังคมนี้ไม่มีทางออก นอกจากทะลุกำแพงออกไป&#8221;
ข้อมูลจาก  happy [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/10/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สมัครกับสุนัขขี้เกียจ</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 04 Sep 2008 03:33:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=40</guid>
		<description><![CDATA[ธีระพล อันมัย : คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
“ทำไมรายการพูดจาภาษาสมัครถึงเป็นข่าวกันได้ทุกสัปดาห์ ?”
เพื่อนผมตั้งคำถามเชิงสังเกตการณ์ต่อข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน
หากผมเป็นบรรณาธิการข่าว ผมก็จะตั้งคำถามนี้กับนักข่าว หัวหน้าโต๊ะข่าวดัง ๆ เช่นกัน เพราะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่า บรรดานักข่าวการเมืองทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ ล้วนแต่นำเสนอในสิ่งที่สมัคร สุนทรเวช ได้พ่นออกอากาศทางโทรทัศน์ ช่อง NBT และทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยนั้นก็ได้เผยแพร่ออกอากาศทั่วประเทศอยู่แล้ว
ผมจะลองตอบคำถามเพื่อนผมตามประสบการณ์นักข่าวหมดอายุดูก็แล้วกันนะครับ
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยบอกไว้ว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”
คำถามจึงมีอยู่ว่า หรือว่า นักข่าว บรรณาธิการ หัวหน้าโต๊ะข่าว หมดจินตนาการในงานข่าว ? ยิ่ง ในวันเสาร์ – อาทิตย์ที่เป็นวันหยุดด้วยแล้ว ความเคลื่อนไหวเด่น ๆ สำคัญ ๆ ที่พอจะเป็นข่าวก็ไม่มี จะพอมีอยู่บ้างก็แต่ความแรงของชายสูงวัยชื่อสมัคร พอเอามาขายข่าวเอาตัวรอดไปวัน ๆ
ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ยิ่งนักข่าว ยิ่งบรรณาธิการข่าวซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดการรับรู้ของผู้คนในสังคมไทย กลายสภาพเป็นพวกไร้จินตนาการแถมพอกพูนด้วยความขี้เกียจด้วยแล้ว แล้วอะไรล่ะ คือ สิ่งที่เรียกว่า “สังคมอุดมปัญญา” ที่เราเฝ้าฝันถึง?
ช้าก่อน ผมไม่ได้กล่าวหาลอย ๆ หรือปากพล่อย ๆ แต่ผมมีประสบการณ์น่าสยดสยองในสนามข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลและในรัฐสภาเมื่อ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/04/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%82%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>System Thinking: คิดอย่างเป็นระบบกับการผลักดันการเมืองภาคประชาชน</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/02/system-thinking-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/02/system-thinking-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Sep 2008 08:15:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[เสกสวัสดิ์  พิพัฒนมงคล
&#8220;เพียงผีเสื้อขยับปีก ก็ก่อให้เกิดพายุอีกซีกโลก(Butterfly Effect)&#8221; หลายคนฟังแล้วอาจจะคิดเป็นเรื่องตลกล้อเล่น ที่มิอาจเกิดขึ้นได้จริงบนผืนโลก แต่เมื่อนำมาผ่านกระบวนการคิดอย่างมีชั้นเชิงแล้ว สามารถหยิบยกเหตุผลมาอธิบายได้อย่างเหลือเชื่อว่า กระบวนการดังกล่าว
เกิดขึ้นโดยผ่านทางเครือข่ายที่ยุ่งยากและซับซ้อน จนไม่สามารถทำนายได้ว่าไหนคือเหตุและไหนคือผล &#8220;การกระพือปีกของผีเสื้อเพียงตัวเดียวในวันนี้ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แก่ชั้นบรรยากาศของโลก เมื่อเวลาผ่านไป ความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทำให้ปรากฏการณ์บางอย่างที่ควรจะเกิดขึ้นในชั้นบรรยากาศ ไม่เกิดขึ้น เช่น ไม่มีพายุทอร์นาโดพัดเข้าทำลายชายฝั่งทะเลของประเทศอินโดนีเซียในช่วงฤดูที่ควรจะมีพายุ หรือไม่มันอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์นั้นอยู่แล้วก็เป็นได้&#8221; (Lorenz, Edward N., The Essense of Chaos, The University of Washington Press 1993, อ้างถึงใน http://th.wikipedia.org)
การที่จะอธิบายปรากฏการณ์อันซับซ้อนได้ ผู้วิเคราะห์จะต้องมีการคิดที่แยบคาย คิดหน้าคิดหลัง มองถึงเหตุและผลซึ่งอาจจะสัมพันธ์กันในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ระคนปนเปกันไป อาศัยหลัก &#8220;อิทัปปัจจยตา&#8221; เมื่อมีเหตุปัจจัยมันจึงเกิดขึ้น หากเราพูดกลับกัน ถ้าไม่มีเหตุปัจจัย ผลก็ไม่เกิดขึ้น การจะมองเหตุและผลได้ทะลุปรุโปร่งนั้น จะต้องมี สติ สมาธิ ปัญญา การครุ่นคิดพินิจนึก และการตั้งคำถามคมๆ ขึ้นมาถามว่าเหตุของผลที่เกิดขึ้นเป็นจริงอย่างที่เราคิด ใช่แล้วหรือ
การคิดอย่างเป็นระบบ/วิธีคิดกระบวนระบบ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/09/02/system-thinking-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

