<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title> &#187; เรื่องราวน่ารู้</title>
	<atom:link href="http://thaicivicnet.com/blog/category/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaicivicnet.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 22 Jan 2012 03:43:16 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ทำไมบทบาทของปัญญาชนสาธารณะจึงเสื่อมถอยลง?</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2010/07/15/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2010/07/15/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Jul 2010 07:57:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaicivicnet.com/?p=253</guid>
		<description><![CDATA[แปลโดย ภัควดี  จาก Benedict Anderson, “Why is the role of Public Intellectuals in decline?” 
ปาฐกถาเพื่อฉลองวาระครบรอบ 10 ปีโครงการ Public Intellectuals Project ของ Nippon Foundation ที่มหาวิทยาลัย Ateneo de Manila, 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ที่มาของบทความ 
ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเพลิดเพลินกับการอ่านเอกสารวิชาการ ประจำปีของมูลนิธิ Nippon Foundation  งานเขียนส่วนใหญ่ให้ความรู้เปิดหูเปิดตา ไม่ใช่แค่ในด้านคุณภาพเท่านั้น แต่ ยังรวมถึงความกว้างขวางในการเปรียบเทียบ และประตูที่เปิดออกสู่เครือข่าย ประชาชนมากมายหลายเครือข่าย ซึ่งใส่ใจเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของนโยบายรัฐที่ มีมากมายเป็นบัญชีหางว่าว กระนั้นก็ตาม โดยรวมแล้ว งานเขียนเหล่านี้สะกิดความไม่สบายใจบางอย่างขึ้นมาในใจผม คงเป็นเพราะผมเคยใช้เวลาหลายปีใน มหาวิทยาลัย ในฐานะนักวิชาการที่เรียกกันว่า “นักรัฐศาสตร์”

ทศวรรษที่ผ่านมา กล่าวคือ ค.ศ. 1998-2008 (พ.ศ. 2541-2551)  เป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลาย  ๆด้าน ไม่เพียงเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มูลนิธิ Nippon Foundation  สนใจศึกษาเท่านั้น แต่รวมถึงโลกทั้งหมดด้วยทศวรรษนี้ลงเอยด้วยวิกฤตการณ์ทาง เศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกครั้งร้ายแรงที่สุด นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2010/07/15/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%98/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การถอดบทเรียนสัมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข”</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2010/03/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2010/03/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 06:52:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaicivicnet.com/?p=179</guid>
		<description><![CDATA[
การถอดบทเรียนสัมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข”
 
วันที่ ๒๒-๒๔ มกราคม ๒๕๕๓  ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคานา จ.ตราด
ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคาน่า เกาะช้าง จังหวัดตราด
โดยการสนับสนุนของ สำนักงานจังหวัดตราด
จัดกระบวนการโดย อาจารย์ ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ / มูลนิธิการเรียนรู้และ พัฒนาประชาสังคม
บทเกริ่นและการเดินทางสู่ตราด
ข้าพเจ้าออกเดินทางจากกรุงเทพไปจังหวัดตราดด้วยความหวัง 
ท่ามกลางความร้อนแรงทางการเมืองภายในประเทศ ความซบเซาทางเศรษฐกิจ และความรู้สึกที่เหมือนจะสิ้นหวังกับอนาคตของสังคม พวกเรายังมีความหวัง และรู้ว่ายังมีผู้คนอีกมากมายในประเทศนี้ที่มีความหวัง มีพลังและรอคอยที่จะสานต่อความหวังจากกันและกัน หรือรอที่จะได้รับการจุดประกายความหวังกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ข้าพเจ้ารู้สึกว่า คณะของพวกเรา ทีมวิทยากรจากมูลนิธิการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม นำโดย อาจารย์ ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนาจะต่อแรงใจ สานแรงฝันของเพื่อนร่วมชาติ
สำหรับข้าพเจ้าและทีมวิทยากร การสัมมนาเชิงปฏิบัตการใน “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” ไม่ใช่แค่งาน แต่เป็นพันธกิจที่พวกเรามุ่งมั่นตั้งใจทำ ด้วยหวังว่า เพื่อนผู้เข้ารับการอบรมในช่วงสั้น ๆ นี้จะได้รับแรงบันดาลใจ กำลังใจ แนวคิดที่จะนำไปแก้ปัญหาในท้องถิ่น สร้างสรรค์ชุมชนให้มีความสุข ร่มเย็นตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เราจะได้ช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศให้ผาสุกร่มเย็น มีการเมืองที่มั่นคงเป็นธรรม เศรษฐกิจที่เลี้ยงปากท้องเราได้ ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ และสังคมของเราปลอดภัยเอื้ออาทรกันและกัน
ระหว่างการเดินทางไปเกาะช้างซึ่งเป็นสถานที่การอบรม พวกเราได้ชื่นชมกับความงามในธรรมชาติของท้องทะเล ภูเขาเขียว [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2010/03/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กิจกรรมอาสาสมัคร จุดเริ่มต้นของพลเมืองอาสา</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/04/30/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/04/30/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2009 03:54:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[นิศานาถ โยธาสมุทร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายธนาคารชุมชน บมจ.ธนาคารกรุงไทย หัวเรี่ยวหัวแรงหลักของ “ชมรมกรุงไทยอาสา” และ “บางกอกฟอรั่ม”   ให้สัมภาษณ์กับ &#8220;แอลดีไอทีวี&#8221; ถึงประสบการณ์ในการทำงานว่า
วันนี้ในจุดที่เรายืนอยู่ คือเราทำงานอยู่ในเมือง ทำงานเครือข่ายสานสัมพันธ์กับคนที่ทำงาน และก็กลุ่มคนรุ่นใหม่ นักศึกษาต่างๆ เชื่อมโยงถึงอาสาสมัครทั้งหลายที่เวลาเราทำงานนอกเหนือจากที่ประเทศชาติมี วิกฤติแล้วเราเข้าไปมีส่วนร่วมกันแล้ว เรามีเครืออาสาสมัครซึ่งก็ผูกพันกันมาตั้งแต่เกิดสึนามิมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนกลุ่มนี้จะมาเจอกันก่อน แล้วก็ตรงไปที่ๆ มีภารกิจที่เราต้องไปปฏิบัติการร่วมกัน งานตรงนี้ก็เป็นพื้นฐานสำหรับคนที่มาร่วมด้วยจิตใจให้กับส่วนรวม ซึ่งประเด็นก่อนที่เราจะก้าวไปมีส่วนร่วมกับคนที่มีจิตสำนึกความรับผิด ชอบต่อสาธารณะ ที่สามารถสังเคราะห์ เหตุและผลต่างๆ ได้ มันจะต้องผ่านกระบวนการทางจิตใจที่เขาเปิดประตูตัวเขาออกมาสู่การมีส่วนร่วม อย่างจริงใจ นอกเหนือจากภารกิจหน้าที่การงาน คือต้องมองว่าเราและตัวเองอยู่ตรงไหน และก็ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตรงจุดนี้คิดกับตัวเองมานานว่าเราจะไปทำงานอะไรที่เหมาะ เราจะไปเป็นอะไรไปอยู่ตรงไหน

เมื่อมาลองพิจารณาเราก็ค้นพบว่า พื้นที่ๆ เรายืนมันมีทรัพยากรที่เยอะมาก (ซิตี้แบงค์กรุงไทย) และเราก็สามารถมีเครือข่าย มีเพื่อนๆ น้องๆ ที่มีจิตใจ จริงๆ แล้วต้องบอกว่ามนุษย์ทุกคนมีจิตใจที่อยากจะทำงาน เพียงแต่ว่าเขากับเราได้มาเจอกัน และเกิดแรงบันดาลใจที่จะเดินไปร่วมกัน อันนี้ถือเป็นขั้นพื้นฐาน เรื่องงานอาสาสมัคร มองประหนึ่งว่า เป็นเรื่องอีเว้น เป็นเรื่องการทำกิจกรรม เช่นอาสาสมัครไปช่วยปลูกป่า จึงมีคำถามว่าการทำงานตรงนี้เราทำไปเพื่ออะไร คุณต้องการอะไร เช่นไป [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/04/30/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การปฏิรูปกฎหมายเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/03/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/03/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2009 06:58:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล
นักวิจัย ชุดโครงการ MEAs Watch สกว.ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ
3 มีนาคม 2552
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกษตรเชิงพาณิชย์ เครื่องสำอาง หรือยาต่างก็ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีชีวภาพเป็นอย่างมาก อุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลในแต่ละปี ผลักดันให้ธุรกิจด้านไบโอเทคขยายตัวสูงขึ้น ในปี ค.ศ.2006 บริษัทด้านไบโอเทคในประเทศสหรัฐอเมริกามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 73.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับในทวีปยุโรป สินทรัพย์ของบริษัทด้านไบโอเทคก็เพิ่มขึ้นเป็น 62.1 พันล้านยูโร การขยายตัวของอุตสาหกรรมไบโอเทคเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการขยายปริมาณการสำรวจทางชีวภาพ (Bioprospecting) ในประเทศต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสมบูรณ์ เช่น ประเทศบราซิล อินเดีย และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา รวมทั้งประเทศไทย
ประชาคมระหว่างประเทศตื่นตัวต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรม และกังวลต่อปัญหาการลับลอบเข้าถึงและใช้ประโยชน์โดยประเทศที่เป็นเจ้าของทรัพยากรพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย ที่เรียกว่า “โจรสลัดชีวภาพ” (Bio-piracy) และหยิบยกเป็นประเด็นเจรจาในเวที CBD และนำมาสู่การเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (International Regime on Access and Benefit-sharing- IRABS)
บทความนี้จะกล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย และสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนตาม CBD โดยบทความนี้จะแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นสภาพปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/03/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตลาดซื้อขายคาร์บอนภาคสมัครใจในภาคป่าไม้&#8230;เริ่มขึ้นแล้วในไทย</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/11/12/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%aa/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/11/12/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%aa/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2008 00:42:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=45</guid>
		<description><![CDATA[ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ : ชุดโครงการ MEAs Watch
3 พฤศจิกายน 2551
เมื่อ กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ผมได้ไปที่ จ.สกลนคร แถวอำเภอกุดบากและอำเภอภูพาน เพื่อสำรวจศึกษาข้อมูลเรื่องการปลูกป่าเพื่อขายเป็นคาร์บอนเครดิตในตลาด คาร์บอนฯ แบบสมัครใจ (Voluntary Market) ที่ ผ่านมาเคยได้ยินข้อมูลมาหลายครั้งแล้วว่ามีกิจกรรมการซื้อขายคาร์บอนเครดิต แบบนี้ในประเทศไทย แต่ไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่าดำเนินการอยู่ตรงจุดใด ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ศึกษาติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ก่อนจะไปเรื่องที่สกลนครขอกล่าวถึงเรื่องตลาดคาร์บอนฯ เพื่อเป็นข้อมูลความเข้าใจร่วมกันก่อนนะครับ

ตลาดคาร์บอนฯในต่างประเทศมีอยู่ด้วยกัน 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มแรกเป็นตลาดคาร์บอนฯที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการภายใต้พิธีสารเกียวโต เป็นตลาดคาร์บอนที่มีตัวบทกฎหมายภายในประเทศกำกับดูแล (Regulated Market) เช่น ตลาดคาร์บอนฯในสหภาพยุโรป (EU ETS) ตลาดคาร์บอนฯภายใต้โครงการ CDM (CERs) เป็นต้น ตลาดคาร์บอนเหล่านี้มีการซื้อขาย “คาร์บอนเครดิต” เนื่องจากมีการกำหนดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศที่มีพันธกรณี ประเทศที่ต้องลดการปล่อยก๊าซตามพันธกรณีสามารถซื้อคาร์บอนเครดิตไปเพื่อชด เชยกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศตน สำหรับประเทศไทยก็มีส่วนดำเนินการในเรื่องการค้า CERs ภายใต้โครงการCDM ข้อมูลล่าสุดในเดือนตุลาคม 2551 โครงการ CDM ที่ คณะกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของไทยพิจารณาให้ความเห็นชอบและออกหนังสือรับรองโครงการแล้วมี 27 โครงการ
กลุ่มสอง [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/11/12/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%aa/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>องค์กรที่มีชีวิต (Living Organization)</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/06/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-living-organization/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/06/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-living-organization/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Jun 2008 04:27:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=28</guid>
		<description><![CDATA[นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล : สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
HA National Forum ครั้งที่ 9 จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 11-14 มีนาคม 2551 ใน theme ของการประชุมว่า “องค์กรที่มีชีวิต” (Living Organization) บางคนสงสัยว่าองค์กรจะมีชีวิตได้อย่างไร บางคนคิดว่าองค์กรมีชีวิตอยู่แล้วเพราะทุกคนในองค์กรล้วนมีชีวิต บางคนเห็นว่าน่าจะมุ่งไปที่ความมีชีวิตชีวา

แล้วความตั้งใจของผู้จัดคืออะไร
เมื่อเราวางระบบคุณภาพที่เข้มแข็งมากขึ้น เราเริ่มสังเกตเห็นถึงความสุขที่ลดลง
ความสุขที่ลดลงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานของเราลดลง จะทำอย่างไรให้เกิดสมดุลระหว่างการมีระบบและความสุขของคนทำงาน นำไปสู่ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หันไปมองในด้านผู้บริหารของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จทั่วโลก แม้ว่าตัวเลขผลการดำเนินการของธุรกิจจะดูดี แต่ผู้บริหารระดับสูงต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล ต้องทำงานมากขึ้น มีเวลาส่วนตัวน้อยลง มีความพึงพอใจในชีวิตลดลง ต้องเผชิญกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมโดยที่ไม่สามารถอธิบายได้ (Fritjof Kapra: The Hidden Connections)
มีผู้ให้อุปมาอุปไมยขององค์กรไว้ 2 ลักษณะ คือเครื่องจักรทำเงิน กับองค์กรที่มีชีวิต ในองค์กรที่เป็นแบบเครื่องจักรทำเงิน จะมีลักษณะที่เจ้านายคิด ลูกน้องทำ ออกแบบงานมาตรฐานในรายละเอียดทุกขั้นตอน ประสิทธิภาพเกิดจากการควบคุมจากบนลงล่าง
คนนอกเป็นเจ้าของ ซื้อขายได้ เมื่อชำรุดต้องเปลี่ยนแปลงหรือออกแบบใหม่โดยคนอื่น
ในองค์กรที่มีชีวิต จะมีความสามารถในการสร้างตัวเอง เปลี่ยนแปลง วิวัฒนาการโดยตัวของมันเองอย่างเป็นธรรมชาติ การกำหนดชีวิตของสมาชิกให้ดำเนินไปตามเป้าหมายเท่ากับเป็นการลดทอนความเป็นมนุษย์ การควบคุมคือการพรากคนทำงานไปจากความมีชีวิตชีวา
การซื้อขายเท่ากับเป็นการค้าทาส
เมื่อมีการศึกษาสิ่งมีชีวิตในระดับต่างๆ ทำให้ได้ข้อสรุปว่า “ระบบที่มีชีวิต” (living system) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/06/%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95-living-organization/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใครเป็นใครในการทำงานเป็นทีม</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jun 2008 13:08:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[ในการทำงานโครงการหนึ่งๆ เราเคยลองวิเคราะห์บทบาทที่เราต้องทำในงานชิ้นนั้นหรือไม่  ว่ามีงานด้านไหนที่เราต้องทำบ้าง  แต่ละอย่างมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกันอย่างไร จากประสบการณ์ของคนทำงานมีการสรุปกันว่า  ในการทำงานเป็นทีมซึ่งไม่ว่าในโครงการนั้นจะมีคนทำงานสักกี่คน  แต่บทบาทหน้าที่หลักๆ  ที่ต้องทำนั้นมีอยู่ประมาณ 5 ด้าน ดังนี้

1.    บทบาทนักวิจัย  (Researcher) เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลที่ครบถ้วนแม่นยำ  เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์  ทำความเข้าใจกลุ่มต่างๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง  ทำความเข้าใจกรอบทางด้านกฎหมายและวัฒนธรรม  ตลอดจนถึงทรัพยากรต่างๆ  ที่สามารถนำมาใช้ในโครงการ
2.    บทบาทศิลปิน  (Creative)  เพื่อทำหน้าที่ในขั้นตอนการสร้างวิสัยทัศน์  กำหนดยุทธศาสตร์และยุทธวิธีในแต่ละขั้นตอน  โดยอาจจะคิดค้นสร้างสรรค์ไว้หลายๆ ยุทธวิธี  ให้เป็นทางเลือกหลายๆ ทาง  บทบาทศิลปินต้องทำงานประสานกับนักวิจัย  เนื่องจากต้องใช้ข้อมูลที่นักวิจัยหามาให้และอาจต้องย้อนกลับไปขอข้อมูลเพิ่มเติมจากนักวิจัยอยู่บ่อยครั้ง
3.  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คิดได้แล้ว ต้องคิดเป็นด้วย</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jun 2008 03:24:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[** เรียบเรียงจากหนังสือ “หมวก 6 ใบ คิด 6 แบบ”  เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน (Edward de Bono) มูลนิธิโกมล คีมทอง

มนุษย์นั้นสามารถเอาชนะปัญหาและผ่านพ้นอุปสรรคได้ด้วยความคิด  เราสามารถเรียนรู้  รู้จักและเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต รวมทั้งสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น  ด้วยการใช้ความคิดประกอบ  ความคิดจึงเป็นนายเหนือเรา  หากเรายึดติดกับความคิดแบบใดแบบหนึ่ง  ศักยภาพในการคิดก็จะลดลง  เราก็จะมีสายตาที่มองเห็นอะไรต่างๆ ได้เพียงสีเดียว  แต่หากเราเปิดความคิดให้กว้างขึ้น  พร้อมที่จะคิดได้หลายๆ แบบ ตามสถานการณ์ต่างๆ หรือ แม้แต่สถานการณ์เดียว แต่หากเรามองจากหลายๆ มุม  เราก็จะสามารถค้นหาสาเหตุของปัญหาและวิธีการแก้ได้เป็นอย่างดีเอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน (Edward de Bono)  ได้นำเสนอ “วิธีคิด” [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทกลอนของเด็กอัฟริกัน ผู้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจาก U.N.</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9c/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9c/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jun 2008 02:45:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=16</guid>
		<description><![CDATA[จากวิทยาลัยวันศุกร์ วันที่ 9 พ.ย. 2550




When I born, I black : เมื่อผมเกิด ผมผิวดำ When I grow up, I black : เมื่อผมโตขึ้น ผมก็ยังผิวดำอยู่
When I go in Sun, I black : เมื่อผมอยู่ใต้แสงแดด ผมก ็คงยังผิวดำ
When I scared, I black : เมื่อผมกลัว ผมก็ผิวดำ
When I sick, I black : เมื่อผมป่วย ผมก็ยังผิวดำ

And when I die, I still black : และเมื่อผมตาย ผมก็ยังคงผิวดำ
And you [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การระดมพลังทางสังคมและการสื่อสารด้วยการปฏิบัติ (Social Mobilization and action Communication)</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jun 2008 02:40:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าจะเอ่ยคำว่า Social Marketing หรือ การตลาดเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็น Ngo ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน อาจจะยังนึกภาพได้ไม่ชัดเท่ากับภาคธุรกิจ เพราะคำว่า Social Marketing เป็นกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Strategy) รูปแบบหนึ่งที่ภาคธุรกิจนำมาใช้มากขึ้นในปัจจุบันเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ (Image Positioning) ของสินค้าและบริษัทผู้ผลิต ผ่านส่วนประสมทางการตลาด (4 P)[1] คือ Promotion (การส่งเสริมทางการตลาด)

ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนของบริษัทที่นำกลยุทธ์ Social Marketing มาใช้เมื่อประมาณ 10 ปีมาแล้ว คือ บริษัทเซโรบอส ประเทศไทย ผู้ผลิตซุปไก่ยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งในระยะแรกจะใช้วิธีการสนับสนุนเยาวชนผ่านกิจกรรมติวเข้มก่อนเอนทรานซ์ และในระยะหลังก็จะใช้วิธีการนำฝาขวดที่เป็นอลูมิเนียมกลับมา Reused เพื่อนำมาหลอมเป็นส่วนประกอบของขาเทียม โดยร่วมมือกับพันธมิตรที่เป็นองค์กรการกุศล ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง
ส่วนภาคราชการและรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มักจะใช้การประชาสัมพันธ์ (Public Relation) ผ่านสื่อในรูปแบบต่างๆ เช่น การรณรงค์ให้ประชาชนเห็นข้อดีของการสร้างบันไดปลาโจน ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เมื่อประมาณปี 2536 โดยชูสโลแกนที่ว่า “ปลาร้าสิบ่เหมิดไห” หรือ การรณรงค์เกี่ยวกับความรู้เรื่องโรคเอดส์ของกระทรวงสาธารณะสุข
มาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันหลายคนจะกล่าวว่า เป็นรัฐบาลที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาดมากที่สุด [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2008/06/05/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

