<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title></title>
	<atom:link href="http://thaicivicnet.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://thaicivicnet.com</link>
	<description></description>
	<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 07:14:40 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>การถอดบทเรียนสัมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข”</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2010/03/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2010/03/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 06:52:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaicivicnet.com/?p=179</guid>
		<description><![CDATA[
การถอดบทเรียนสัมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข”

วันที่ ๒๒-๒๔ มกราคม ๒๕๕๓  ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคานา จ.ตราด
ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคาน่า เกาะช้าง จังหวัดตราด
โดยการสนับสนุนของ สำนักงานจังหวัดตราด
จัดกระบวนการโดย อาจารย์ ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ / มูลนิธิการเรียนรู้และ พัฒนาประชาสังคม
บทเกริ่นและการเดินทางสู่ตราด
ข้าพเจ้าออกเดินทางจากกรุงเทพไปจังหวัดตราดด้วยความหวัง 
ท่ามกลางความร้อนแรงทางการเมืองภายในประเทศ ความซบเซาทางเศรษฐกิจ และความรู้สึกที่เหมือนจะสิ้นหวังกับอนาคตของสังคม พวกเรายังมีความหวัง และรู้ว่ายังมีผู้คนอีกมากมายในประเทศนี้ที่มีความหวัง มีพลังและรอคอยที่จะสานต่อความหวังจากกันและกัน หรือรอที่จะได้รับการจุดประกายความหวังกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ข้าพเจ้ารู้สึกว่า คณะของพวกเรา ทีมวิทยากรจากมูลนิธิการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม นำโดย อาจารย์ ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนาจะต่อแรงใจ สานแรงฝันของเพื่อนร่วมชาติ
สำหรับข้าพเจ้าและทีมวิทยากร การสัมมนาเชิงปฏิบัตการใน “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” ไม่ใช่แค่งาน แต่เป็นพันธกิจที่พวกเรามุ่งมั่นตั้งใจทำ ด้วยหวังว่า เพื่อนผู้เข้ารับการอบรมในช่วงสั้น ๆ นี้จะได้รับแรงบันดาลใจ กำลังใจ แนวคิดที่จะนำไปแก้ปัญหาในท้องถิ่น สร้างสรรค์ชุมชนให้มีความสุข ร่มเย็นตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
เราจะได้ช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศให้ผาสุกร่มเย็น มีการเมืองที่มั่นคงเป็นธรรม เศรษฐกิจที่เลี้ยงปากท้องเราได้ ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ และสังคมของเราปลอดภัยเอื้ออาทรกันและกัน
ระหว่างการเดินทางไปเกาะช้างซึ่งเป็นสถานที่การอบรม พวกเราได้ชื่นชมกับความงามในธรรมชาติของท้องทะเล ภูเขาเขียว คนตราดโชคดีที่อยู่ใกล้ทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทั้งแหล่งอาหารและความบันเทิงใจ  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center"><strong><a rel="attachment wp-att-187" href="http://thaicivicnet.com/blog/2010/03/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/dsc_03737/"><img class="size-full wp-image-187 aligncenter" src="http://thaicivicnet.com/files/dsc_03737.jpg" alt="โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข" width="400" height="259" /></a></strong></p>
<p><strong>การถอดบทเรียนสัมนาเชิงปฏิบัติการ “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข”</strong><br />
<strong></strong></p>
<p><strong>วันที่ ๒๒-๒๔ มกราคม ๒๕๕๓  ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคานา จ.ตราด</strong></p>
<p><strong>ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคาน่า เกาะช้าง จังหวัดตราด</strong></p>
<p><strong>โดยการสนับสนุนของ สำนักงานจังหวัดตราด<br />
จัดกระบวนการโดย อาจารย์ ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ / มูลนิธิการเรียนรู้และ พัฒนาประชาสังคม</strong></p>
<p><span style="color: #993300"><strong>บทเกริ่นและการเดินทางสู่ตราด</strong></span></p>
<p><em>ข้าพเจ้าออกเดินทางจากกรุงเทพไปจังหวัดตราดด้วยความหวัง </em></p>
<p>ท่ามกลางความร้อนแรงทางการเมืองภายในประเทศ ความซบเซาทางเศรษฐกิจ และความรู้สึกที่เหมือนจะสิ้นหวังกับอนาคตของสังคม พวกเรายังมีความหวัง และรู้ว่ายังมีผู้คนอีกมากมายในประเทศนี้ที่มีความหวัง มีพลังและรอคอยที่จะสานต่อความหวังจากกันและกัน หรือรอที่จะได้รับการจุดประกายความหวังกลับขึ้นมาอีกครั้ง</p>
<p><span id="more-179"></span></p>
<p>ข้าพเจ้ารู้สึกว่า คณะของพวกเรา ทีมวิทยากรจากมูลนิธิการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม นำโดย อาจารย์ ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนาจะต่อแรงใจ สานแรงฝันของเพื่อนร่วมชาติ</p>
<p>สำหรับข้าพเจ้าและทีมวิทยากร การสัมมนาเชิงปฏิบัตการใน “โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” ไม่ใช่แค่งาน แต่เป็นพันธกิจที่พวกเรามุ่งมั่นตั้งใจทำ ด้วยหวังว่า เพื่อนผู้เข้ารับการอบรมในช่วงสั้น ๆ นี้จะได้รับแรงบันดาลใจ กำลังใจ แนวคิดที่จะนำไปแก้ปัญหาในท้องถิ่น สร้างสรรค์ชุมชนให้มีความสุข ร่มเย็นตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข</p>
<p>เราจะได้ช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศให้ผาสุกร่มเย็น มีการเมืองที่มั่นคงเป็นธรรม เศรษฐกิจที่เลี้ยงปากท้องเราได้ ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ และสังคมของเราปลอดภัยเอื้ออาทรกันและกัน</p>
<p>ระหว่างการเดินทางไปเกาะช้างซึ่งเป็นสถานที่การอบรม พวกเราได้ชื่นชมกับความงามในธรรมชาติของท้องทะเล ภูเขาเขียว คนตราดโชคดีที่อยู่ใกล้ทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นทั้งแหล่งอาหารและความบันเทิงใจ  แต่ใช่เพียงแง่งามของธรรมชาติ พวกเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่คุกคามเกาะช้างอย่างน่าใจหายด้วย ระหว่างทางไปที่พัก พวกเราไม่อาจมองเห็นชายหาดงาม และผืนแพรของท้องทะเลได้ เพราะพื้นที่ชายหาดถูกจับจองโดยร้านค้า ร้านอาหาร หากอยากจะสัมผัสธรรมชาติ เราต้องควักเงินจ่าย</p>
<p>ความหนักใจกับสภาพความจริงในสังคมหวนกลับมาในห้วงคำนึง &#8230; แต่ความหวังยังอยู่</p>
<p>ในการสัมมนา ๓ วัน ๒ คืน กระบวนการอบรมของอาจารย์ชัยวัฒน์ช่วยให้ชาวตราดตระหนักเห็นคุณค่าในท้องถิ่นของตน ทรัพยากรที่ตนมี เห็นโอกาสที่จะอนุรักษ์และรักษาภูมิปัญญา ธรรมชาติ วิถีชีวิตให้สอดคล้องกับโลกสมัยใหม่ และหลายคนเห็นความสำคัญของการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง</p>
<p style="text-align: left">ข้าพเจ้าได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับจังหวัดตราด รู้สึกขอบคุณบรรพบุรุษชาวตราดและชาวไทยที่ได้ดูแลรักษาธรรมชาติให้ชนรุ่นหลังอย่างเราได้ใช้และหาประโยชน์ รู้สึกขอบคุณชาวตราดในปัจจุบันที่ใส่ใจดูแลทรัพยากรให้คนทั้งชาติ รู้สึกขอบคุณหน่วยงานที่สนับสนุนการอบรมและผู้เข้าอบรมทุกท่าน ประกายตาของผู้เข้าอบรมที่ปรารถนาจะสร้างสรรค์สังคมทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่า ความหวังยังมีสำหรับประเทศของเรา</p>
<p style="text-align: right"><strong>ผู้สังเกตกระบวนการและถอดบทเรียน</strong></p>
<p style="text-align: right">
<p style="text-align: right"><span style="color: #ff00ff"><a href="http://www.thaicivicnet.com/download/trat-report-review-01.pdf"><strong>อ่านเนื้อหา</strong></a></span></p>
<p style="text-align: right"><strong><span style="color: #99cc00"><a href="http://www.thaicivicnet.com/download/trat-report-review-01.zip">ดาวน์โหลดเนิ้อหา</a></span><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2010/03/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ  เวทีจังหวัดตราด</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Feb 2010 03:07:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหวภาคพลเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaicivicnet.com/?p=149</guid>
		<description><![CDATA[การสัมมนา เชิงปฏิบัติการ  เวทีจังหวัดตราด
โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข
เมื่อวันที่ ๒๒-๒๔ มกราคม ๒๕๕๓  ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคานา จ.ตราด
ในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา  ผู้นำชุมชน  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ  แกนนำภาคประชาชน  แกนนำเยาวชน  รวมกว่า ๑๐๐ คน มีการจัดกระบวนการฝึกอบรมโดย  มูลนิธิการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม และสนับสนุนโดยสำนักงานจังหวัดตราด

กล่าวเปิดงานและแนะนำวิทยากร


เริ่มต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรม  รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด  นายประทีป จงสืบธรรม ได้กล่าวเปิดงานพร้อมกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในโครงการครั้งนี้  ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทระเป็นประมุข และ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงกับการดำเนินชีวิต

จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการเพื่อเตรียมความพร้อมในฝึกอบรม  นำโดย อาจารย์ชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์  วิทยกรกระบวนการและทีมผู้ช่วยวิทยากร   โดยวิทยากรได้ชี้แจงเจตนารมณ์ของการสัมมนาในบริบทการเมืองและสังคมปัจจุบันที่มีความหมายยิ่งต่ออนาคตของประเทศ
กระบวนการ check in  และ reflection 


วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมแบ่งกลุ่มใหม่ โดยเข้าร่วมกับคนที่ตนยังไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคย  และบรรยายเกี่ยวกับกระบวนการเช็คอิน (Check in)  พร้อมกับการใช้สัญลักษณ์เช่น ปากกา  เพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน  โดยให้ทุกคนแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรอยู่และชอบอะไร  ซึ่งสิ่งที่ชอบอาจจะเป็นอดิเรกก็ได้  เพื่อเป็นการทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น
หลังจากแนะนำตัวกันในกลุ่มแล้ว  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การสัมมนา เชิงปฏิบัติการ  เวทีจังหวัดตราด<br />
โครงการสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พระประมุข</strong><br />
เมื่อวันที่ ๒๒-๒๔ มกราคม ๒๕๕๓  ณ โรงแรมเกาะช้าง ทรอปิคานา จ.ตราด</p>
<p style="text-align: left">ในการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการดังกล่าว มีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา  ผู้นำชุมชน  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ  แกนนำภาคประชาชน  แกนนำเยาวชน  รวมกว่า ๑๐๐ คน มีการจัดกระบวนการฝึกอบรมโดย  มูลนิธิการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม และสนับสนุนโดยสำนักงานจังหวัดตราด</p>
<p style="text-align: left"><span id="more-149"></span></p>
<p style="text-align: left"><strong>กล่าวเปิดงานและแนะนำวิทยากร</strong></p>
<p style="text-align: left"><strong></strong></p>
<div id="attachment_154" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><strong><strong><a rel="attachment wp-att-154" href="http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/dsc_3693/"><img class="size-full wp-image-154" src="http://thaicivicnet.com/files/dsc_3693.jpg" alt="รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด" width="500" height="334" /></a></strong></strong><p class="wp-caption-text">รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด</p></div>
<p><strong></strong></p>
<p style="text-align: left">เริ่มต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรม  รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด  นายประทีป จงสืบธรรม ได้กล่าวเปิดงานพร้อมกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในโครงการครั้งนี้  ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทระเป็นประมุข และ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจพอเพียงกับการดำเนินชีวิต</p>
<p style="text-align: left">
<div id="attachment_157" class="wp-caption aligncenter" style="width: 516px"><a rel="attachment wp-att-157" href="http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/dsc_3931/"><img class="size-full wp-image-157" src="http://thaicivicnet.com/files/dsc_3931.jpg" alt="ชัยวัฒน์ ถิระัพันธุ์ : วิทยากรจากสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (civicnet)" width="506" height="337" /></a><p class="wp-caption-text">ชัยวัฒน์ ถิระัพันธุ์ : วิทยากรจากสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคม (civicnet)</p></div>
<p style="text-align: left">จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการเพื่อเตรียมความพร้อมในฝึกอบรม  นำโดย อาจารย์ชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์  วิทยกรกระบวนการและทีมผู้ช่วยวิทยากร   โดยวิทยากรได้ชี้แจงเจตนารมณ์ของการสัมมนาในบริบทการเมืองและสังคมปัจจุบันที่มีความหมายยิ่งต่ออนาคตของประเทศ</p>
<p style="text-align: left"><strong>กระบวนการ check in  และ reflection </strong></p>
<p style="text-align: left"><strong></strong></p>
<div id="attachment_161" class="wp-caption aligncenter" style="width: 507px"><strong><strong><a rel="attachment wp-att-161" href="http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/dsc_4038/"><img class="size-full wp-image-161" src="http://thaicivicnet.com/files/dsc_4038.jpg" alt="ผู้เข้าร่วมกำลังอยู่ในกระบวนการ check in โดยถือปากกาเคมีเป็นสัญลักษณ์" width="497" height="332" /></a></strong></strong><p class="wp-caption-text">ผู้เข้าร่วมกำลังอยู่ในกระบวนการ check in โดยถือปากกาเคมีเป็นสัญลักษณ์</p></div>
<p><strong></strong></p>
<p style="text-align: left">วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมแบ่งกลุ่มใหม่ โดยเข้าร่วมกับคนที่ตนยังไม่รู้จักหรือไม่คุ้นเคย  และบรรยายเกี่ยวกับกระบวนการเช็คอิน (Check in)  พร้อมกับการใช้สัญลักษณ์เช่น ปากกา  เพื่อให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน  โดยให้ทุกคนแนะนำตัวกับเพื่อนๆ ในกลุ่มว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไรอยู่และชอบอะไร  ซึ่งสิ่งที่ชอบอาจจะเป็นอดิเรกก็ได้  เพื่อเป็นการทำความรู้จักกันมากยิ่งขึ้น<br />
หลังจากแนะนำตัวกันในกลุ่มแล้ว  วิทยากรถามว่า  ใครรู้สึกอะไร หรือได้ข้อคิดอะไรจากการพูดคุยแนะนำตัวกันบ้าง  ซึ่งเป็นส่วนของกระบวนการ reflection</p>
<p style="text-align: left"><strong>ความฉลาดทางสังคม-ซุนหวู่-แนวโน้มของโลกที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทยและสังคมตราด</strong></p>
<p style="text-align: left">บรรยาย ทฤษฎี &#8220;ก้าวแรกชองการเปลี่ยนเริ่มต้นจากหัวใจและสมอง&#8221; (heart-head-hand) และเรื่องของ ความฉลาดทางสังคม หรือ Social Intelligence  ซึ่งประกอบด้วย ความเป็นคน ความคิด และการกระทำ (being-thinking-doing)  ความรู้จากซุนหวู่  ที่กล่าวไว้เรื่อง รู้เขา รู้เรา รู้ฟ้า รู้ดิน เป็นอย่างไร และเราจะใช้ประโยชน์จากความรู้นั้นอย่างไร  เชื่อมโยงไปยังเรื่องของ คลื่นคอนราเทียป (Kondratieff) ซึ่งเป็นเรื่องแนวโน้มของโลกที่เกิดขึ้น  และวิเคราะห์ร่วมกับแนวโน้มของสังคมไทย สังคมของคนเมืองตราด  จากนั้นจึงให้ผู้เข้าร่วมได้ทำแบบฝึกหัด โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมในการฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันในกลุ่ม  ช่วยกันคิดว่า แนวโน้มทั้ง 5 แนวโน้มที่บรรยายนั้นเป็นจริงหรือไม่ แต่เมื่อแนวโน้มเป็นเช่นนี้ ท่านจะใช้ประโยชน์จากแนวโน้มเหล่านั้นอย่างไรได้บ้าง และจากโอกาสและแนวโน้มต่างๆ ก็ยังมีด้านที่เป็นอุปสรรค หรือ ด้านมืด เหมือนกับ หยินหยาง ที่ย่อมจะมีด้านตรงกันข้าม</p>
<p style="text-align: left"><strong>คลื่น Kondratieff  /บทเรียนจากฟิลิปปินส์ และ พนันข้างประเทศไทย</strong></p>
<p style="text-align: left">อ่านบทความในหน้า 28 ของเอกสารประกอบการประชุม เรื่อง <strong>สิ้นหวังและแตกแยกบนชัยชนะที่สูญเปล่า  จาก International Herald Tribune  และ  พนันข้างเมืองไทย บทความของ ฟิลิป โบว์ริ่ง ในหนังสือพิมพ์ เดอะ เฮอรัล ทริบูน  วันที่ 5 พฤศจิกายน 2552</strong> ซึ่งกล่าวถึง โดยธรรมชาตินิสัย คนไทยชอบสาละวนอยู่กับประเด็นปัญหาเฉพาะหน้า อย่างเช่น สถานการณ์การเมืองที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทว่าในระยะยาว คนไทยจำเป็นต้องนึกกันแล้วว่า อีก ๒๐ ปีข้างหน้านับจากนี้ ประเทศไทยจะถูกจัดลำดับอย่างไร เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านคู่แข่ง อย่าง เวียดนาม และพม่า ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีขนาดพื้นที่ใกล้เคียงกัน และมีประวัติศาสตร์ความเป็นรัฐชาติมายาวนานพอๆ กัน นอกจากนั้นยังต้องเทียบกับประเทศมหาอำนาจของเอเชีย อย่าง จีน และ อินเดียด้วย<br />
นอกจากการวิเคราะห์สถานการณ์โดยรวมที่ประเทศไทยจะต้องพบเจอในอนาคตแล้ว ในบทความยังกล่าวถึงจุดเด่นของประเทศไทยที่มีทัศนคติที่อิสระเสรีและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของปัจเจกชน บวกกับสภาพภูมิประเทศที่ลงตัวและมีความหลากหลาย และมีการมองไปถึงประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่ชี้ให้เห็นถึงความเป็นนักดัดแปลงและปรับตัวชั้นยอดอีกด้วย</p>
<p style="text-align: left"><a rel="attachment wp-att-151" href="http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/kondra/"><img class="aligncenter size-full wp-image-151" src="http://thaicivicnet.com/files/kondra.jpg" alt="กราฟ Kondratieff ซึ่งวิเคราะห์สถานการณ์โลกไว้ตั้งแต่ปี 2535" width="571" height="390" /></a></p>
<p style="text-align: left">จากนั้น วิทยากรได้อธิบายถึงคลื่น Kondratieff  ที่เกี่ยวข้องกับความซับซ้อนต่างๆ ในหัวข้อง “โลกปฎิทรรศน์และโลกซับซ้อนที่มีผลกระทบของสังคมไทย”</p>
<p style="text-align: left">ในกราฟของ Kondratieff จะมีเส้นแกน x และ y คือ เส้น dynamic (พลังงาน) และ complexity (ความซับซ้อน)  เมื่อมีสถานการณ์ต่างๆ เข้ามากระทบ ในระดับความซับซ้อนที่แตกต่างกัน ย่อมเกิดผลกระทบและการแก้ปัญหาจะยิ่งซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเท่านั้น</p>
<p style="text-align: left"><strong>กลับสู่รากเหง้า : การแก้ปัญหาให้สอดคล้องและสมดุล </strong></p>
<p style="text-align: left">เมื่อวิทยากรให้กลุ่มย่อยได้นั่งคุยและทบทวนโจทย์ที่ให้ไว้ จากความรู้เรื่องคลื่น และแนวโน้มของกระแสโลกที่หวนกลับเข้ามาสู่การพึ่งตนเองและความพอเพียง  ดังนั้น เมื่อมองกลับเข้ามาในตัวตนของความเป็นจังหวัดตราดแล้ว เราจะใช้ประโยชน์จากจุดนั้นได้อย่างไร</p>
<p style="text-align: left"><strong></strong></p>
<div id="attachment_156" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><strong><strong><a rel="attachment wp-att-156" href="http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/dsc_3744/"><img class="size-full wp-image-156" src="http://thaicivicnet.com/files/dsc_3744.jpg" alt="ระดมสมอง" width="500" height="333" /></a></strong></strong><p class="wp-caption-text">ระดมสมอง</p></div>
<div id="attachment_158" class="wp-caption aligncenter" style="width: 386px"><strong><strong><a rel="attachment wp-att-158" href="http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/dsc_3948/"><img class="size-full wp-image-158" src="http://thaicivicnet.com/files/dsc_3948.jpg" alt="shopping idea" width="376" height="561" /></a></strong></strong><p class="wp-caption-text">shopping idea</p></div>
<p><strong></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2010/02/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Get Up!! กำลังใจจากคนพิการ</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2010/01/25/get-up-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2010/01/25/get-up-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 25 Jan 2010 05:08:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaicivicnet.com/?p=141</guid>
		<description><![CDATA[เิชิญชม วิดีโอ Get Up!! กำลังใจจากคนพิการ
&#8230;.

หรือ ดาวน์โหลด สำหรับไว้ชมเอง
คลิกที่นี่ 
ขอบคุณ เวบไซต์ YouTupe.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เิชิญชม วิดีโอ Get Up!! กำลังใจจากคนพิการ<br />
&#8230;.</p>
<p><!-- Smart Youtube --><span class="youtube"><object width="425" height="355"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/GYEVk--0DFA&amp;rel=1&amp;color1=d6d6d6&amp;color2=f0f0f0&amp;border=&amp;fs=1&amp;hl=en&amp;autoplay=&amp;showinfo=0&amp;iv_load_policy=3&amp;showsearch=0&amp;feature=player_embedded" /><param name="allowFullScreen" value="true" /><embed wmode="transparent" src="http://www.youtube.com/v/GYEVk--0DFA&amp;rel=1&amp;color1=d6d6d6&amp;color2=f0f0f0&amp;border=&amp;fs=1&amp;hl=en&amp;autoplay=&amp;showinfo=0&amp;iv_load_policy=3&amp;showsearch=0&amp;feature=player_embedded" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" width="425" height="355" ></embed><param name="wmode" value="transparent" /></object></span></p>
<p>หรือ ดาวน์โหลด สำหรับไว้ชมเอง</p>
<p><a href="http://www.thaicivicnet.com/download/Get-Up.rar" target="_blank">คลิกที่นี่ </a></p>
<p>ขอบคุณ เวบไซต์ YouTupe.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2010/01/25/get-up-%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ประชาสัมพันธ์</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/12/11/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/12/11/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 09:26:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหวภาคพลเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaicivicnet.com/?p=136</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a rel="attachment wp-att-135" href="http://thaicivicnet.com/blog/2009/12/11/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/getattachmentaspx/"><img class="size-full wp-image-135 alignleft" src="http://thaicivicnet.com/files/getattachmentaspx.jpg" alt="" width="540" height="407" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/12/11/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การเมืองเพื่อประชาชน  ค้นหาเสียงสาธารณะที่มีความรับผิดชอบ</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/09/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/09/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2009 02:29:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหวภาคพลเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://thaicivicnet.com/?p=63</guid>
		<description><![CDATA[
 

ผู้เขียน  : เดวิด แมทธิวส์
บรรณาธิการ :  วีรบูรณ์  วิสารทสกุล
ผู้แปล  : พรรณิภา โสตถิพันธุ์ , พิกุล สิทธิประเสริฐกุล,  ดร.ศุภกร รักใหม่, วีรบูรณ์  วิสารทสกุล
คำนำโดย  :  เดวิด  แมทธิวส์   และชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์
คำนิยมโดย :   อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ   นายแพทย์ประเวศ   วะสี   อานันท์  ปันยารชุน
จำนวน  312  หน้า ราคา  295 บาท  พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา
จัดจำหน่ายโดย  บริษัทงานดี จำกัด (ในเครือมติชน)
แปลจากเรื่อง Politics for people : Finding A Respansible Voice
ดร.เอนก  เหล่าธรรมทัศน์  ได้เขียนแนะนำไว้ดังนี้
หนังสือเล่มที่สามที่ขอแนะนำคือ  “Politics for People” แปลได้ว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_109" class="wp-caption aligncenter" style="width: 236px"><a rel="attachment wp-att-109" href="http://thaicivicnet.com/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/cover-politics-final-front111/"><img class="size-full wp-image-109 " src="http://thaicivicnet.com/files/cover-politics-final-front111.jpg" alt="การเมืองเพื่อประชาชน  ค้นหาเสียงสาธารณะที่มีความรับผิดชอบ  แปลจากเรื่อง Politics for people : Finding A Respansible Voice" width="226" height="337" /></a><p class="wp-caption-text">การเมืองเพื่อประชาชน  ค้นหาเสียงสาธารณะที่มีความรับผิดชอบ  แปลจากเรื่อง Politics for people : Finding A Respansible Voice</p></div>
<dl>
<dt> </dt>
</dl>
<p><strong>ผู้เขียน  :</strong> เดวิด แมทธิวส์<br />
<strong>บรรณาธิการ : </strong> วีรบูรณ์  วิสารทสกุล<br />
<strong>ผู้แปล  :</strong> พรรณิภา โสตถิพันธุ์ , พิกุล สิทธิประเสริฐกุล,  ดร.ศุภกร รักใหม่, วีรบูรณ์  วิสารทสกุล<br />
<strong>คำนำโดย  : </strong> เดวิด  แมทธิวส์   และชัยวัฒน์  ถิระพันธุ์<br />
<strong>คำนิยมโดย </strong>:   อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ   นายแพทย์ประเวศ   วะสี   อานันท์  ปันยารชุน<br />
จำนวน  312  หน้า ราคา  295 บาท  พิมพ์ด้วยกระดาษถนอมสายตา<br />
จัดจำหน่ายโดย  บริษัทงานดี จำกัด (ในเครือมติชน)</p>
<p><strong>แปลจากเรื่อง Politics for people : Finding A Respansible Voice</strong></p>
<p><strong>ดร.เอนก  เหล่าธรรมทัศน์  ได้เขียนแนะนำไว้ดังนี้</strong></p>
<p>หนังสือเล่มที่สามที่ขอแนะนำคือ  “Politics for People” แปลได้ว่า “การเมืองเพื่อประชาชน”  ชื่อฟังดาดๆ และ พื้นๆ แต่ลีลาและเนื้อหาภายในนั้นชวนให้คิดและชวนให้นำมาประยุกต์กับความเป็นจริง ของบ้านเมืองไทยได้เป็นอย่างยิ่ง<br />
<strong></strong></p>
<p><strong>ผู้เขียน Politics for People นี้ มีชื่อว่าเดวิด แมทธิวส์ (David Mathews)</strong></p>
<p>ความสำคัญของแมทธิวส์อยู่ที่ว่าเขาเป็นประธานของมูลนิธิแคทเตอริง (Kettering Foundation)  ซึ่งจัดตั้งขึ้นมาเพื่อเผยแพร่แนวคิดเกี่ยวกับการเมืองแบบใหม่ ที่มุ่งเน้นการสร้างประชาสังคม และความเป็นพลเมือง (Citizenship) ในหมู่ประชาชนอเมริกัน มูลนิธินี้ออกวารสาร หนังสือและรายงานวิจัยดีๆ จำนวนมาก ซึ่งผมเองได้อ่านอยู่บ้าง ตั้งแต่เมื่ออยู่เมืองไทยแล้ว โดยการแนะนำของ ดร.อนุชาติ พวงสำลี แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อครั้งไปร่วมงานวิจัยเรื่องประชาสังคมด้วยกัน เมื่อหลายเดือนก่อน</p>
<p><span id="more-63"></span><br />
ทันทีที่เห็นชื่อ แมทธิวส์ ในฐานะประธานมูลนิธิออกมาเขียนหนังสือเองผมก็รีบคว้าเอามาเป็นเจ้าของ และเปิดออกอ่านทีละหน้าอย่างสนใจยิ่ง แต่แมทธิวส์ ผู้เขียนนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร<br />
แมทธิวส์เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข การศึกษาและสวัสดิการสังคมของสหรัฐมาแล้ว ในยุคที่ประธานาธิบดีฟอร์ด เป็นผู้นำรัฐบาลกระทรวงนี้จัดว่าเป็นกระทรวงสำคัญซึ่งมักจะดึงดูดนักวิชาการหรือผู้ทรงคุณวุฒิผู้มากด้วยประสบการณ์และเต็มไปด้วยวิสัยทัศน์เข้ามาเป็นเจ้ากระทรวงได้เสมอ ในช่วงของประธานาธิบดีจอห์นสัน ก็เคยมี จอห์น การ์ดเนอร์ (John W. Gardner) เป็นรัฐมนตรีของกระทรวงนี้ การ์ดเนอร์เขียนหนังสือดีๆ ที่อ่านง่ายๆ สำหรับคนทั่วไปมากมายหลายเล่ม และยังเคยเป็นประธานขององค์กรสาธารณะไม่มุ่งหากำไร ที่มีชื่อว่า Common Concern (ความห่วงใยในสาธารณกิจ) อันเคยเป็นองค์กรที่มีบทบาทและมีแนวคิดใกล้เคียงกับมูลนิธิเคทเตอริงในปัจจุบันของแมทธิวส์</p>
<p>กลับมาที่แมทธิวส์  ก่อนหน้าที่แมทธิวส์จะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข การศึกษา และสวัสดิการสังคมนั้น เขาเคยเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยอลาบามา (University of Alabama) และก่อนหน้านั้นอีก เขาสอนวิชาปรัชญาการเมืองและปรัชญาสังคมในมหาวิทยาลัย 20 ปี แมทธิวส์จบการศึกษาระดับปริญญาเอกทางปรัชญาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย (Columbia University)</p>
<p>ผมอ่านประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน และวิสัยทัศน์ที่แสดงผ่านหนังสือเล่มต่างๆ ของอดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา ของสหรัฐ 2 ท่านนี้ คือ การ์ดเนอร์และแมทธิวส์ รวมทั้งสิ่งที่ทั้ง 2 ท่านนี้พยายามทำให้สังคมเมื่อพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว ก็ได้แต่ฝันเอาไว้ว่าคงมีสักวันที่กระทรวงศึกษาฯ  และทบวงมหาวิทยาลัยของเราจะมีคนระดับนี้มาเป็นเจ้ากระทรวง และเมื่อถึงวันนั้นแล้วจึงพอพูดได้ว่าเราพัฒนาโดยเอาคนเป็นหลักจึงพอจะพูดได้ว่าเรากำลังสร้างคนที่มีความคิด และมีความพยายามปฏิรูประบบต่างๆ ได้เสมอ และจึงจะพูดได้ว่าเราเริ่มจะสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจโลก โดยมุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จริงๆ<br />
<strong></strong></p>
<p><strong>ในห้าบทแรก </strong>แมทธิวส์อาศัยงานวิจัยของกลุ่มฮาร์วูด (Harwood Group) ที่นำเสนอต่อมูลนิธิเคทเตอริงเป็นพื้นฐาน งานวิจัยชิ้นนี้สำรวจความคิดเห็นที่ประชาชนอเมริกันมีต่อการเมือง และพบว่าคนอเมริกันไม่ได้ละเลยเพิกเฉยต่อการเมือง ทั้งไม่ได้ขลาดเขลาหรือเกียจคร้านที่จะเข้าร่วมมีส่วนในทางการเมืองอย่างที่นักวิจัยและนักวิชาการอเมริกันยุคหนึ่งสรุปเอาไว้ กล่าวคือในช่วง ค.ศ. 1950 ถึง 1970 ในวงการรัฐศาสตร์</p>
<p>อเมริกันเคยลงความเห็นกันว่า คนอเมริกันไม่ค่อยมีความรู้  ความเข้าใจต่อการเมืองเท่าไหร่  ทั้งไม่ค่อยสนใจที่จะลงคะแนนเสียงหรือเข้าเคลื่อนไหวทางการเมืองเท่าไรนัก  คนอเมริกันไม่ได้มีพฤติกรรมและความเข้าใจอย่างที่ปรัชญาประชาธิปไตยต้องการ แต่นักรัฐศาสตร์อเมริกันในขณะนั้นบอกว่า ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรระบบประชาธิปไตยของอเมริกาก็อยู่ได้ ขอเพียงแต่ให้มีผู้นำและนักการเมืองดีๆ จำนวนหนึ่งอยู่ก็ใช้ได้แล้ว บางคนยังบอกต่อไปด้วยซ้ำว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของมวลชนนั้น ถ้ามีมากเกินไป กระตือรือร้นเกินไปก็ไม่ดีนัก อาจนำไปสู่การเมืองแบบเผด็จอำนาจเบ็ดเสร็จเป็นไปได้</p>
<p>20 ปีต่อมา งานวิจัยของกลุ่มฮาร์วูดกลับพบว่า จริงๆ แล้วในตอนนี้คนอเมริกันไม่ได้อยู่ห่างการเมือง เพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเมือง ตรงกันข้าม การที่พวกเขาไม่สนใจติดตามข่าวสารบ้านเมือง  ไม่รับฟังการรณณรงค์ทางการเมืองและไม่ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งระดับต่างๆ มากนักนั้น เป็นเพราะพวกเขารู้มากเกินไป ฉลาดเกินไป จนเกิดกลายเป็นความชิงชัง เบื่อหน่าย และท้อแท้ผิดหวังกับการเมือง พรรคการเมือง นักการเมือง กระทั่งสื่อสารมวลชน และกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ก็ถูกระแวง สงสัย และบอกปัดปฏิเสธโดยประชาชนจำนวนมาก</p>
<p>งานวิจัยของกลุ่มฮาร์ดวูดชี้ชัดว่า คนอเมริกันปัจจุบัน เบื่อหน่าย และรังเกียจ นักการเมือง (ไม่ต่างจากคนไทย)<br />
คนอเมริกันเห็นว่า<em> “นักการเมืองเห็นแก่ตัว เอาแต่แย่งชิงตำแหน่งและอำนาจ ไม่ใช่มุ่งแก้ปัญหาให้ประชาชนและประเทศชาติ”</em><br />
และยังเห็นต่อไปว่า <em>“ไม่มีนักการเมืองคนใดที่มีตำแหน่งบริหารแล้วจะจนลง”</em><br />
<em></em></p>
<p><em>“การแต่งตั้งคนไปดำรงตำแหน่งต่างๆ ล้วนมุ่งเพื่อพรรคพวกเพื่อนพ้อง”</em> (คนไทยหลายคนคงผงกหัวรับว่าบ้านเราก็เป็นอย่างนี้)<br />
และยังมีบางคนเห็นว่า<em> “นักการเมืองเอาแต่ฟังนักล็อบบี้ และมีแต่เอาใจหรือคล้อยตามกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ”</em><br />
คนอเมริกันมองว่า “<em>การเมืองถูกปลุกปั้นโดยหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน” และ “การเมืองถูกป้ายสี ใส่ไข่ ใส่นม โดยหนังสือพิมพ์”</em><br />
<em>“แม้ว่าในด้านหนึ่ง คนอเมริกันอาศัยหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชนในการเปิดโปงและตำหนิวิจารณ์นักการเมือง แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาก็ไม่เห็นสื่อมวลชนเป็นพระเอกหรือวีรบุรุษ บางคนยังเห็นว่า “หนังสือพิมพ์เอาแต่ลงข่าวในทางร้าย ไม่สร้างสรรค์ ไม่รอบคอบ”</em><br />
จะเป็นเพราะอิทธิพลของเงินก็ตาม  คนอเมริกันส่วนใหญ่ขณะนี้เชื่อ (เช่นเดียวกับคนไทย) ว่า  อำนาจทางการเมืองไม่ได้มาโดยคะแนนเสียงที่ชอบธรรม</p>
<p>แต่สิ่งที่งานวิจัยของฮาร์วูดชี้ออกมาอย่างหนึ่ง ที่แสดงว่าคนอเมริกันไม่คล้ายคนไทยคือ พวกเขากำลัง<br />
สนใจปัญหาของส่วนรวม แม้ว่าในปัจจุบันพวกเขาจะสนใจการเมือง พรรคการเมืองและนักการเมืองในระบบเลือกตั้งน้อยลง แต่พวกเขาได้ก่อตั้งหรือสนับสนุนกลุ่มต่างๆ ที่มุ่งชี้ทางออกหรือเข้าร่วมแก้ปัญหาต่างๆ ของส่วนรวม ตั้งแต่ปัญหาของชุมชน เมือง มลรัฐ ไปจนถึงปัญหาของประเทศอย่างมากมาย</p>
<p>การเมืองในความหมายการรณรงค์เลือกตั้ง การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและการแสวงหาประโยชน์เฉพาะตน เฉพาะกลุ่มแคบๆ กำลังถูกคนอเมริกันปฏิเสธ</p>
<p>แต่มีแนวโน้มว่า การเมืองในความหมาย “การร่วมกันดูแลแก้ปัญหาของส่วนรวมด้วยพวกเรากันเอง ด้วยตัวเราเอง”  กำลังได้รับความสนใจกำลังได้รับการปฏิบัติมากขึ้น</p>
<p>ที่จริงคนอเมริกัน และผู้เขียนขอเสริมว่าคนไทยก็เช่นกัน มักไม่เรียกการร่วมมือกันดูแล ทำประโยชน์ และแก้ไขปัญหาส่วนรวมของเราเองว่าการเมือง</p>
<p>เรามักจะเก็บคำว่า<em><strong> “การเมือง”</strong></em> ไว้ใช้กับอะไรที่เราไม่ชอบ โดยเฉพาะเมื่อเราพูดถึงการทำอะไรเพื่ออำนาจหรือผลประโยชน์อย่างไม่ชอบธรรม โดยไม่มีเหตุผลที่ถูกต้อง และไม่มีหลักวิชารองรับ และเรามักจะรู้สึกว่าการเมืองคือสิ่งไม่ดีที่คนอื่น ผู้อื่นเป็นผู้ทำ หาใช่สิ่งที่ตนเอง หรือคนดีที่ตนรักใคร่นับถือเป็นผู้ทำไม่</p>
<p>แมทธิวส์มีความเห็นว่า บัดนี้น่าจะถึงเวลาแล้ว ที่คนอเมริกันซึ่งกำลังทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ได้หันมาเข้าใจการเมืองในความหมายใหม่เสียบ้าง การเมืองในความหมายดี: การเมืองเพื่อสาธารณกิจของเราเอง<br />
อันที่จริง การเมืองในความหมายนี้ หาใช่เป็นของใหม่ หากเป็นของเก่าล้ำค่ำ ที่พวกกรีกได้เสนอไว้เมื่อ 2 พันปีมาแล้ว  แต่ทุกวันนี้เราอยู่ห่างจากความหมายเดิมของคำนั้นมาก</p>
<p>แมทธิวส์เสนอว่า เราควรรื้อฟื้นความหมายดั้งเดิมของการเมืองแบบกรีกขึ้นมาใหม่ นำมันมาใช้ในยุคปัจจุบันมากขึ้น</p>
<p>ในขณะที่นักวิชาการจำนวนมากเคยสรุปไว้เมื่อ 20-30 ปีที่แล้วว่า จงปล่อยให้คนจำนวนมากในสหรัฐ เฉี่อยชา ละเลยต่อการเมืองไปเถอะเพราะนั่นทำให้การเมืองเป็นไปด้วยดี แมทธิวส์กลับเสนอในหนังสือซึ่งตีพิมพ์จำหน่ายในปี ค.ศ.1994 นี้เองว่า ต้องไม่ให้เพื่อนร่วมชาติเฉื่อยชา ละเลยต่อปัญหาของส่วนรวม หัวใจของข้อเสนอของแมทธิวส์ คือรื้อฟื้นการเมืองในความหมายของกรีกโบราณขึ้นมาใหม่ เอามาใช้แทนการเมืองในความหมายปัจจุบันที่น่าชิงชังและเบื่อหน่ายนั่นเอง</p>
<h3><strong>(มีต่อ)</strong></h3>
<p><strong><br />
</strong></p>
<p><!--[if gte mso 9]&gt;  Normal 0   false false false         MicrosoftInternetExplorer4  &lt;![endif]--><!--[if gte mso 9]&gt;   &lt;![endif]--></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot"> </span></p>
<p class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/09/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99-%e0%b8%84%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ประชาสัมพันธ์ &#8220;ประกวดหนังสั้น&#8221;</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/05/20/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/05/20/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 20 May 2009 04:40:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหวภาคพลเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=61</guid>
		<description><![CDATA[

แนวความคิด
ปัจจุบัน หนังสั้นเป็นสื่อรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมทั้งจากผู้ชมและผู้ ผลิตในยุคสังคมสมัยใหม่ และยังใช้เป็นเครื่องมือที่จะสื่อสารไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อชนิด ใหม่ๆ เช่น เว็บไซต์ หรือ ซีดีรอม เป็นต้น
การ ประกวดหนังสั้นนั้นถือเป็นกิจกรรมที่จะได้เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถในการถ่ายทำหนังสั้นเพื่อนำเสนอความ คิดหรือทัศนคติในหัวข้อการประกวดต่างๆ การจัดประกวดหนังสั้นในครั้งนี้นับเป็นการจัดประกวดหนังสั้นเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดประกวดหนังสั้นในครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งในครั้งนั้นเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ภายใต้ชื่อโครงการ “โรงหนังประชาชน ตอน สวัสดีประชาธิปไตย” โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการการมีส่วนร่วมในการนำเสนอความคิดต่างๆ ทางด้านการเมืองและประชาธิปไตยของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ รายการแรงคิดทีวี ร่วมกับศูนย์ประสานงานนักเรียน นิสิต นักศึกษา และมูลนิธิสถาบันวิชาการ ๑๔ ตุลา โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิเฟดริกเนามัน (Friedrich Naumann Stiftung Foundation) จึงได้มีการจัดการประกวดหนังสั้นขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ชื่อโครงการ “โรงหนังประชาชน ตอน เปลี่ยน”
วัตถุประสงค์
1. เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน นักเรียน นิสิต และนักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ของไทยในปัจจุบัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p><a href="http://www.thaicivicnet.com/wp-content/uploads/2009/05/index_01.jpg" title="index_01.jpg"><img src="http://www.thaicivicnet.com/wp-content/uploads/2009/05/index_01.jpg" alt="index_01.jpg" /></a></p></blockquote>
<blockquote><p><span id="more-61"></span></p></blockquote>
<blockquote><p><strong>แนวความคิด</strong></p>
<p>ปัจจุบัน หนังสั้นเป็นสื่อรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมทั้งจากผู้ชมและผู้ ผลิตในยุคสังคมสมัยใหม่ และยังใช้เป็นเครื่องมือที่จะสื่อสารไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ผ่านสื่อชนิด ใหม่ๆ เช่น เว็บไซต์ หรือ ซีดีรอม เป็นต้น</p>
<p>การ ประกวดหนังสั้นนั้นถือเป็นกิจกรรมที่จะได้เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถในการถ่ายทำหนังสั้นเพื่อนำเสนอความ คิดหรือทัศนคติในหัวข้อการประกวดต่างๆ การจัดประกวดหนังสั้นในครั้งนี้นับเป็นการจัดประกวดหนังสั้นเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดประกวดหนังสั้นในครั้งที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งในครั้งนั้นเป็นการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ภายใต้ชื่อโครงการ “โรงหนังประชาชน ตอน สวัสดีประชาธิปไตย” โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี</p>
<p>ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการการมีส่วนร่วมในการนำเสนอความคิดต่างๆ ทางด้านการเมืองและประชาธิปไตยของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและสร้างสรรค์ รายการแรงคิดทีวี ร่วมกับศูนย์ประสานงานนักเรียน นิสิต นักศึกษา และมูลนิธิสถาบันวิชาการ ๑๔ ตุลา โดยการสนับสนุนจากมูลนิธิเฟดริกเนามัน (Friedrich Naumann Stiftung Foundation) จึงได้มีการจัดการประกวดหนังสั้นขึ้นอีกครั้ง ภายใต้ชื่อโครงการ “โรงหนังประชาชน ตอน เปลี่ยน”</p>
<p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p>
<p>1. เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชน นักเรียน นิสิต และนักศึกษามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ของไทยในปัจจุบัน และสิ่งที่ควรจะเปลี่ยนแปลงโดยผ่านการทำหนังสั้นที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการ แสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ตามระบอบประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม</p>
<p>2. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน ทั่วไป ได้รับทราบถึงแนวความคิดของเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีต่อสถานการณ์ทางการเมือง ของไทยจากทุกภาคส่วนของสังคม ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยผ่านหนังสั้น ที่จะมีการจัดแสดงภายหลังการตัดสินผลรางวัลการประกวดหนังสั้น</p>
<p>3. เพื่อสร้างจิตสำนึกในสิทธิ และหน้าที่ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในระบอบประชาธิปไตย รวมไปถึงการเมืองการปกครอง โดยการเผยแพร่สื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง</p>
<p>รูปแบบการดำเนินงานและการมีส่วนร่วม</p>
<p>การ จัดประกวดหนังสั้นในครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายของผู้ร่วมส่งผลงานเข้า ประกวดเป็นกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีอายุไม่เกิน ๒๘ ปีและคัดเลือกผลงานหนังสั้นจำนวน ๘–๑๐ เรื่อง ที่ได้รับรางวัลนำมาผลิตเป็นสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะชน</p>
<p>โครงการ ประกวดหนังสั้น จะมีการถ่ายทำสกู๊ปพิเศษเพื่อเปิดตัวโครงการ โดยพิธีกรรายการ “แรงคิด TV” รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ตามสถานศึกษาต่างๆ อีกด้วย โดยหนังสั้นที่ได้รับคัดเลือกจำนวน ๑๐ เรื่อง จะได้เข้าฉายในงาน “โรงหนังประชาชน ตอน เปลี่ยน” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ปทุมวัน (BMA Contemporary Art Museum)</p>
<p>การเผยแพร่หนังสั้นที่ได้รับรางวัล จากการประกวดครั้งที่ผ่านมา หนังสั้นที่ได้รับรางวัลได้รับการนำเสนอไปในหลายช่องทาง เช่น รายการ Hot Shot Film และรายการแรงคิดTV ทางช่องทีวีไทย ทีวีสาธารณะ รายการรู้ทันประเทศไทย ของ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ทางช่อง ASTV News ๑ และมีการนำหนังสั้นเผยแพร่ทางเว็บไซต์ต่างๆ นอกจากนั้นผลงานหนังสั้นที่ได้รับรางวัลยังได้แจกจ่ายไปยังสถานศึกษาและ เครือข่ายภาคประชาชนต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนไดรับชมผลงานหนังสั้นไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน และในครั้งนี้ผลงานที่ได้รับรางวัลก็จะนำไปผลิตเป็นสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่และนำเสนอผ่านช่องทางต่างๆ ต่อไป</p>
<p>ระยะเวลาการดำเนินงาน</p>
<p>* เปิดรับสมัครและส่งโครงเรื่อง วันเสาร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒</p>
<p>* กิจกรรมประชาสัมพันธ์ในมหาวิทยาลัย (Road Show) วันจันทร์ที่ ๘ ถึงวันพุธที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๒</p>
<p>* ปิดรับสมัครและส่งโครงเรื่อง วันศุกร์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๒</p>
<p>* ประกาศผลโครงเรื่องที่ผ่านการพิจารณา วันจันทร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๒</p>
<p>* การประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) วันอาทิตย์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒</p>
<p>* ปิดรับผลงาน วันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๒</p>
<p>* ประกาศผลหนังที่เข้ารอบ ๑๐ เรื่อง วันพฤหัสบดีที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๒</p>
<p>* คณะกรรมการตัดสินรอบสุดท้าย วันเสาร์ที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๒</p>
<p>* งาน “โรงหนังประชาชน” (ฉายหนังสั้น ๑๐ เรื่อง ประกาศผล ๕ รางวัล)วันพุธที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๒</p>
<p>* งานสัปดาห์หนังสั้น “โรงหนังประชาชน” ณ หอศิลปวัฒนธรรมฯ วันศุกร์ที่ ๑๖ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๒</p>
<p>* เผยแพร่หนังสั้นที่ได้รับรางวัลผ่านท่างสื่อรูปแบบต่างๆ</p>
<p><strong>สนับสนุนโครงการโดย</strong></p>
<p>* มูลนิธิเฟดริกเนามัน (Friedrich Naumann Stiftung Foundation)<br />
*Friedrich Naumann Foundation for East and South East Asia</p>
<p><strong>กติกาการประกวด</strong></p>
<p>* ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ ต้องมีอายุไม่เกิน ๒๘ ป ีณ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๒ สามารถสง่ ได้ใน นามบุคคลหรือทีมละไม่เกิน ๖ คน</p>
<p>* ดาวน์โหลดใบสมัคร กรอก ข้อมูล เขียนโครงเรื่อง และส่งมาที่ thaipeopletheater@gmail.com หรือ ศูนย์ประสานงานโครงการโรงหนังประชาชน ๑๙๑/๘๗ อาคารซีทีไอ. ทาวเวอร์ ชั้น ๑๐ ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ๑๐๑๑๐ ภายในวันศุกร์ที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๒</p>
<p>* เมื่อโครงเรื่องผ่านการพิจารณาแล้ว ส่งผลงานหนังสั้นมาที่ ศูนย์ประสานงานโครงการ โรงหนังประชาชนฯ ภายในวันศุกร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๒</p>
<p>* หนังสั้นที่ส่งเข้าประกวดจะ ต้องอยู่ในรูปแบบ DV มีความยาวไม่ต่ำกว่า๕ นาทีและไม่เ่กิน ๑๕ นาที และต้องเป็นหนังสั้นที่ไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ มาก่อน</p>
<p>* ผลงานที่ส่งเข้าประกวด ทางคณะกรรมการจัดงาน จะทำการ upload ผลงานที่ท่านส่งผ่านเข้าสู่เว็บไซต์ <a href="http://www.rangkid.com/thaipeopletheater">www.rangkid.com/thaipeopletheater</a> เพื่อร่วมลุ้นรับรางวัลพิเศษ “ขวัญใจมวลชน” ซึ่งจะ มอบให้แก่ผู้เข้าแข่งขันที่มีการโหวตจากประชาชนมากที่สุด</p>
<p><strong>รางวัล</strong></p>
<p>ชนะเลิศ     50,000 บาท</p>
<p>รองชนะเลิศ อันดับที่ 1     20,000 บาท</p>
<p>รองชนะเลิศ อันดับที่ 2     10,000 บาท</p>
<p>รองชนะเลิศ อันดับที่ 3     5,000 บาท ( 2 รางวัล)</p>
<p>ขวัญใจมวลชน     5,000 บาท</p>
<p>รวม     95,000 บาท</p>
<p>รางวัลพิเศษ</p>
<p>ผลงานของผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้ออกอากาศในรายการแรงคิดTV ทางช่องทีวีไทย (TPBS)</p>
<p>ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการสัมภาษณ์ออกรายการแรงคิดTV ทางช่องทีวีไทย (TPBS)</p>
<p><strong>ข้อมูลการติดต่อ</strong></p>
<p>ศูนย์ประสานงานโครงการโรงหนังประชาชน</p>
<p>191/87 อาคารซีทีไอ ทาวเวอร์ ชั้น 10</p>
<p>ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย</p>
<p>เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110</p>
<p>โทรศัพท์ 02 261 8951</p>
<p>อีเมล thaipeopletheater@gmail.com</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/05/20/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กิจกรรมอาสาสมัคร จุดเริ่มต้นของพลเมืองอาสา</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/04/30/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/04/30/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2009 03:54:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[นิศานาถ โยธาสมุทร ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายธนาคารชุมชน บมจ.ธนาคารกรุงไทย หัวเรี่ยวหัวแรงหลักของ “ชมรมกรุงไทยอาสา” และ “บางกอกฟอรั่ม”   ให้สัมภาษณ์กับ &#8220;แอลดีไอทีวี&#8221; ถึงประสบการณ์ในการทำงานว่า
วันนี้ในจุดที่เรายืนอยู่ คือเราทำงานอยู่ในเมือง ทำงานเครือข่ายสานสัมพันธ์กับคนที่ทำงาน และก็กลุ่มคนรุ่นใหม่ นักศึกษาต่างๆ เชื่อมโยงถึงอาสาสมัครทั้งหลายที่เวลาเราทำงานนอกเหนือจากที่ประเทศชาติมี วิกฤติแล้วเราเข้าไปมีส่วนร่วมกันแล้ว เรามีเครืออาสาสมัครซึ่งก็ผูกพันกันมาตั้งแต่เกิดสึนามิมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนกลุ่มนี้จะมาเจอกันก่อน แล้วก็ตรงไปที่ๆ มีภารกิจที่เราต้องไปปฏิบัติการร่วมกัน งานตรงนี้ก็เป็นพื้นฐานสำหรับคนที่มาร่วมด้วยจิตใจให้กับส่วนรวม ซึ่งประเด็นก่อนที่เราจะก้าวไปมีส่วนร่วมกับคนที่มีจิตสำนึกความรับผิด ชอบต่อสาธารณะ ที่สามารถสังเคราะห์ เหตุและผลต่างๆ ได้ มันจะต้องผ่านกระบวนการทางจิตใจที่เขาเปิดประตูตัวเขาออกมาสู่การมีส่วนร่วม อย่างจริงใจ นอกเหนือจากภารกิจหน้าที่การงาน คือต้องมองว่าเราและตัวเองอยู่ตรงไหน และก็ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตรงจุดนี้คิดกับตัวเองมานานว่าเราจะไปทำงานอะไรที่เหมาะ เราจะไปเป็นอะไรไปอยู่ตรงไหน

เมื่อมาลองพิจารณาเราก็ค้นพบว่า พื้นที่ๆ เรายืนมันมีทรัพยากรที่เยอะมาก (ซิตี้แบงค์กรุงไทย) และเราก็สามารถมีเครือข่าย มีเพื่อนๆ น้องๆ ที่มีจิตใจ จริงๆ แล้วต้องบอกว่ามนุษย์ทุกคนมีจิตใจที่อยากจะทำงาน เพียงแต่ว่าเขากับเราได้มาเจอกัน และเกิดแรงบันดาลใจที่จะเดินไปร่วมกัน อันนี้ถือเป็นขั้นพื้นฐาน เรื่องงานอาสาสมัคร มองประหนึ่งว่า เป็นเรื่องอีเว้น เป็นเรื่องการทำกิจกรรม เช่นอาสาสมัครไปช่วยปลูกป่า จึงมีคำถามว่าการทำงานตรงนี้เราทำไปเพื่ออะไร คุณต้องการอะไร เช่นไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นิศานาถ โยธาสมุทร </strong>ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายธนาคารชุมชน บมจ.ธนาคารกรุงไทย หัวเรี่ยวหัวแรงหลักของ <strong>“ชมรมกรุงไทยอาสา”</strong> และ <strong>“บางกอกฟอรั่ม” </strong>  ให้สัมภาษณ์กับ <strong>&#8220;แอลดีไอทีวี&#8221;</strong> ถึงประสบการณ์ในการทำงานว่า</p>
<blockquote><p>วันนี้ในจุดที่เรายืนอยู่ คือเราทำงานอยู่ในเมือง ทำงานเครือข่ายสานสัมพันธ์กับคนที่ทำงาน และก็กลุ่มคนรุ่นใหม่ นักศึกษาต่างๆ เชื่อมโยงถึงอาสาสมัครทั้งหลายที่เวลาเราทำงานนอกเหนือจากที่ประเทศชาติมี วิกฤติแล้วเราเข้าไปมีส่วนร่วมกันแล้ว เรามีเครืออาสาสมัครซึ่งก็ผูกพันกันมาตั้งแต่เกิดสึนามิมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคนกลุ่มนี้จะมาเจอกันก่อน แล้วก็ตรงไปที่ๆ มีภารกิจที่เราต้องไปปฏิบัติการร่วมกัน งานตรงนี้ก็เป็นพื้นฐานสำหรับคนที่มาร่วมด้วยจิตใจให้กับส่วนรวม ซึ่งประเด็นก่อนที่เราจะก้าวไปมีส่วนร่วมกับคนที่มีจิตสำนึกความรับผิด ชอบต่อสาธารณะ ที่สามารถสังเคราะห์ เหตุและผลต่างๆ ได้ มันจะต้องผ่านกระบวนการทางจิตใจที่เขาเปิดประตูตัวเขาออกมาสู่การมีส่วนร่วม อย่างจริงใจ นอกเหนือจากภารกิจหน้าที่การงาน คือต้องมองว่าเราและตัวเองอยู่ตรงไหน และก็ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งตรงจุดนี้คิดกับตัวเองมานานว่าเราจะไปทำงานอะไรที่เหมาะ เราจะไปเป็นอะไรไปอยู่ตรงไหน</p>
<p><span id="more-57"></span></p></blockquote>
<p>เมื่อมาลองพิจารณาเราก็ค้นพบว่า พื้นที่ๆ เรายืนมันมีทรัพยากรที่เยอะมาก (ซิตี้แบงค์กรุงไทย) และเราก็สามารถมีเครือข่าย มีเพื่อนๆ น้องๆ ที่มีจิตใจ จริงๆ แล้วต้องบอกว่ามนุษย์ทุกคนมีจิตใจที่อยากจะทำงาน เพียงแต่ว่าเขากับเราได้มาเจอกัน และเกิดแรงบันดาลใจที่จะเดินไปร่วมกัน อันนี้ถือเป็นขั้นพื้นฐาน เรื่องงานอาสาสมัคร มองประหนึ่งว่า เป็นเรื่องอีเว้น เป็นเรื่องการทำกิจกรรม เช่นอาสาสมัครไปช่วยปลูกป่า จึงมีคำถามว่าการทำงานตรงนี้เราทำไปเพื่ออะไร คุณต้องการอะไร เช่นไป ปลูกต้นไม้ ไปเก็บขยะ อันนั้นเป็นสิ่งที่เรามองเห็น แต่สิ่งที่เรามองไม่เห็น เป็นเรื่องที่สำคัญมาก คนเราเมื่อเปิดประตูโลกของเราไปสู่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคม real society  ซึ่ง คนๆ นั้นแต่ละคนอาจยังไม่เจอในสิ่งที่เจอ โดยเฉพาะคนในสังคมเมืองที่อยู่ในกรุงเทพกลางใจเมือง กว่าเราจะได้รับข้อมูลยืนยันที่แท้จริงนี้เราก็ได้เริ่มทดลองทำกิจกรรมที่ หลากหลาย แล้วเราก็มีการประเมิน โดยให้น้องๆ คืองานอาสาสมัครที่ไปเชื่อมเครือข่ายเพื่อนฝูง ก็มีตั้งแต่เครือข่าย สึนามิที่ยังเกาะกลุ่มเจอกันตลอดเวลา และก็จะมีพวก คือทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนเวลาที่ใครมาจากต่างประเทศเราก็จะมาเจอกันก่อน แล้วเราก็จะไปทำกิจกรรมร่วมกัน แล้วเราก็จะมีน้องๆ ที่อยู่ในที่ทำงานที่อยู่ในซิตี้แบงค์กรุงไทย แล้วก็จะมีเพื่อนที่อยู่ข้างนอก ที่ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ยังไม่ได้เป็นอาสาสมัครยังไม่มีประสบการณ์มาช่วยมา ร่วมกัน เพราะฉะนั้นชมรมที่พี่ทำก็จะประกอบไปด้วยคนในออฟฟิศประมาณพันกว่าคน และก็จะมีเพื่อนๆ ครอบครัว คือเอามาหมดใครก็ได้ คือเชิญจากงานข้างนอกมาเป็นงานข้างใน องค์กรที่เราทำอยู่เราก็ใช้ประสบการณ์จากบทเรียนที่เราทำกับงานเพื่อนๆ ข้างนอกมาถอดความคิดอะไรบางอย่างที่เราไปทำว่าจริงๆ แล้วที่เราไปทำและก็ประเมินทุกครั้ง การที่เราไปทำกิจกรรม เราก็พยายามมีความรู้ชุดต่างๆ ของวิทยากรในแต่ละเรื่องเข้าไปให้ความรู้กับคนที่ทำกิจกรรม เพราะฉะนั้นมันก็เป็นความรู้เชิงกายภาพต่อสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่รอบๆ ตัว</p>
<blockquote><p>สิ่งที่เราเห็นก็คือ แม้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเปลี่ยนตัวเองได้ในระดับหนึ่งแบบไม่น่าเชื่อ ซึ่งเราไม่อาจมองข้าม อย่างเรามาอ่านสิ่งที่ทุกคนเขียน เวลาเรามาทำกิจกรรมมีอยู่คนหนึ่งเขียนบอกว่าเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบและมี ประสบการณ์มาก่อนในชีวิต กิจกรรมในตอนนั้นคือเราไปปลูกปะการัง แต่เราไม่เคยคิดว่าปะการังสร้างคนให้มาทำงานที่เกี่ยวกับสังคม เป็นเรื่องที่จุดประกายให้คนมาจุดความคิดให้ได้มารู้จักกัน ช่วงเวลานั้นใครจะคิดว่าคนที่อายุจะสี่สิบเป็นเจ้าของธุรกิจมาทำงานเป็นคน รุ่นใหม่แล้วก็ทันสมัย จะบอกว่าผมไม่มีประสบการณ์และมันทำให้ผมมีความคิดชีวิตผมเปลี่ยนไป ซึ่งเราถือว่าสิ่งที่เขาเขียนมาจากใจมันกระทบใจเราก็เลยเห็นว่า งานที่ เรามองว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ ถ้าเราได้เก็บเกี่ยวบางอย่างจากเพื่อนๆ เรา เก็บเกี่ยวนี้คือการที่เราได้ตามว่าเขาเกิดอะไรขึ้นในตัวเขาในระยะเวลาสั้นๆ เรื่องเล็กๆ ที่เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไม่ใหญ่ แล้วถ้าเราได้เชื่อมร้อยเจอกันแล้วก็ได้คุยกัน เราอาจยังต้องเสริมด้วยความรู้เติมลงไป แต่การที่เราได้มาเจอคนรุ่นใหม่ๆ ที่ได้เปิดประตูของตัวเขา อันนี้คิดว่ามันสำคัญและเป็นก้าวที่ให้มันมาเชื่อมร้อยกันและเป็นพลังในระยะ ยาวต่อไปได้ คือเหมือนมีธง อดีตเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่วันนี้ฉันได้เจอตัวฉันแล้ว คือถ้าคนในวงการธุรกิจเขาจะคิดอะไรเป็น เงินไปหมด คือรุ่นใหม่มันเป็นในแนวนั้นหมดแล้ว แต่ทำอย่างไรให้เขามีอะไรได้ให้เขาเข้ามาในชีวิต แต่พอเขาเปิดตรงนี้เข้ามา เขาก็จะขยายและเปิดตัวชีวิตเขาใหม่ วันนี้เขาก็เปลี่ยนไปจากอดีตหลายๆคนก็มาเป็นเครือข่ายที่ได้ผลักดันเรื่อง งานอาสาสมัครให้เกิดแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ออกไปทำงานด้วยกันแล้วกลับมา อย่างบางคนเขาเป็นต่างชาติมาอยู่ในเมืองไทยเขาเกิดที่ญี่ปุ่นไปเรียนอเมริกา เขาก็ไปนอนโฮมสเตย์ คือตอนกลางคืนชาวบ้านก็จะคุยเรื่องราวการต่อสู้สมัยก่อนว่ามาอย่างไรถึงได้ เกิดมีการอนุรักษ์อันนี้เกิดขึ้น เราก็เป็นห่วงว่าคนทำงานออฟฟิศในห้องแอร์นี้จะไปนอนโฮมสเตย์อย่างไรจะลำบาก มั๊ยมันจะถูกบ่นกันมั๊ย ปรากกว่ากิจกรรมทั้งหมดที่เขาชอบคือโฮมสเตย์ และเขาบอกว่าตอนเย็นได้คุยกับชาวบ้าน ได้รู้เรื่องราวการต่อสู้ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามันมีอยู่จริง คือเราเข้าใจว่าถ้าเราทำงานที่อยู่ในสังคมเราจะเข้าใจเรื่องการต่อสู้เพื่อ การอนุรักษ์ต่อแผ่นดิน ทรัพยากรซึ่งเราอยู่ตรงนี้มานาน แต่อีกฝั่งหนึ่งที่เขาไม่เคยอยู่อย่างนี้คือคนละโลกกันเลยซึ่งไม่เจออะไรแต่ มาเจอกันได้ อันนี้มันเป็นเรื่องที่สำคัญ</p></blockquote>
<p><strong>สร้างเงื่อนไข ให้เกิดแรงบันดาลใจเพื่อสังคม</strong></p>
<p>คือไม่ใช่แค่ไปทำกิจกรรมและจบนะ มันสามารถชื่อมโยงให้ทุกคนมาดูแลกันและกัน ใครเป็นอะไรทุกคนจะรับรู้ หลังจากที่เรามาทำกิจกรรมเรื่องต่างๆ แล้ว ทุกคนก็มีกลุ่มเล็กๆ ของตัวเองคือที่ประทับใจการเกิดของน้องๆ เพื่อนๆ มีอีกกลุ่มคือเขาไปทำของเขาเอง ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มที่เราเห็นก็คือกลุ่มประดาน้ำ อาจจะชอบดูความสวยงาม รักการท่องเที่ยวผจญภัย แต่พอเราพลิกว่าจริงๆ ความสามารถของคุณมันมีค่ามีความหมายมากกว่าการที่คุณไปดูปะการัง ซึ่งมันก็ถูกต้องแล้วในวิถีชีวิตปกติ พอเขาได้ไปกับเรา เขากลับไปอีกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเราไปปลูกได้ประมาณไม่มากเท่าไหร่ แต่ปรากฏว่าเขากลับมาอีกทีปลูกได้มากกว่าที่เราไปทำประมาณสิบเท่า และที่สำคัญงานทั้งหมดที่เราทำ คือเราก็ได้รับส่วนสนับสนุนงบเล็กๆ เกิดจากหน่วยงานที่พี่ทำ อีกส่วนหนึ่งก็คือชมรมหาเงินเองไม่ว่าจะขายโน้นขายนี่ และอีกส่วนหนึ่งอาสาสมัคร ส่วนที่ได้เยอะที่สุดคือส่วนที่อาสาสมัครออก จะไปไหนก็แล้วแต่ดูแลตัวเองหมดไม่ว่าจะกินอยู่หลับนอน เพราะฉะนั้นการงานที่เราทำ เราแบ่งงบออกเป็นสามส่วน เราเสียสละมากในการที่เราทำทางองค์กรจะบอกเราว่าทำไมเราไม่ทำกิจกรรมที่มัน เป็น Core Image, Core Event พี่ก็จะบอกว่าวัตถุประสงค์จริงๆ พี่ไม่ได้ต้องการอย่างนั้น ทำไมเราดูเหมือนสะเปะสะปะทำหลายอย่างในสายตาคนภายนอก แต่เราจะบอกว่าวัตถุประสงค์คือต้องการให้คนที่มีความชอบแตกต่างกัน ได้มีโอกาสได้ไปเจอเรื่องที่เขาสามารถกะเทาะเปลือกตัวเราให้ออกไปเจอและก็ไป ทำอย่างอื่นในเชิงลึก หรือว่าเป็นเรื่องที่มีความหมายต่อสังคม ซึ่ง ต้องถือว่ามันเป็นอีกเสต็ปหนึ่ง ในครั้งที่หนึ่งนี้เหมือนเส้นทางชีวิตเราถ้าใครชอบเดินป่า ใครชอบไปทะเล มันจะมีเส้นทางสไตล์ของเขา คนเมืองนะคะมันจะเป็นอย่างนั้น ทีนี้เส้นทางของแต่ละคนที่ชอบ ถ้าเขาได้ไปเจอเรื่องที่มันลึกและมีความหมายของแต่ละเรื่อง และเขาเกิด Inner Mind ต่อส่วนรวมเขาจะสามารถยกตัวเขาไปสู่เรื่องอื่นได้อีกเยอะแยะ แต่ไม่ใช่เอาเรื่องอื่นมาบังคับชีวิต ในขณะที่เราทำงาน น้องๆก็จะบอกว่า พี่ผมโดนถาม ว่าทำไมงานของสิ่งนี้ไม่เน้น อีเว้นท์ หรือคอร์อีเว้นท์ เรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ชัดเจน พี่ก็เลยคุยว่าเหมือนเราได้สนทนากันตลอดกับทีม ก็เลยบอกว่าเราต้องกระจาย เราต้องชัดเจนว่าชมรมเราไม่ได้เน้นต่อผล หรืออีเว้นท์ ต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพื่อให้มีอิมเพคต่อ อิเว้นท์ นั้นหรือประเด็นนั้น แต่เรามุ่งเรื่องคนที่จะมีแรงบันดาลใจออกจากกรอบของเราไปสู่เรื่องส่วน รวมการมีส่วนอย่างจริงใจและรัก ต้องบอกว่ารักต่อเรื่องที่เราจะเดินไปให้กับสังคม ซึ่งอันนี้ก็คือรากฐานที่เข้มแข็ง แต่ถ้าคุณไปเพื่ออะไรก็ได้ต่อ อีเว้นท์นี้ แต่ว่าคุณไม่ได้รักมันอย่างลึกซึ้งพอ คุณก็อาจจะไปได้ไม่นานหรือคุณอาจจะต้องเลี้ยวซ้ายไปที่อื่นๆ หรือเลี้ยวไปมา พี่จะบอกว่าตรงนี้มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างชัดเจนเป็นฐานที่สำคัญ</p>
<blockquote><p>ซึ่งตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะไม่ใช่แค่ทำเรื่องหนึ่งเรื่องใด เขาพร้อมที่จะไปสู่เรื่องใหญ่ เขาพร้อมที่จะมาคุยกันและพร้อมที่จะต่อไปอีก พี่มองว่าเรื่องที่พวกเราทำอยู่เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น ทีนี้ในมุมของพี่ก็คือทำอย่างไรให้มันขยายไปสู่การรับรู้ของคนอีกหนึ่งวง ก็เราได้ความรู้ตรงนั้นจากคนอื่นมาเยอะ และก็พอดีน้องอีกคนหนึ่งที่อยู่ในวง เขาก็จะมีกลุ่ม Computer Current ซึ่ง พวกเราก็ค่อนข้างเชยเพราะว่าพี่เป็นรุ่นก่อน เขาก็มีสมาชิกอยู่ในเว็บประมาณสองพันคน มีการมาแซทมาคุยกัน ทีนี้เราได้รู้แล้วว่าพื้นที่ตรงนั้นมันได้ถูกเกิดการ อินสไตล์ ดึงผู้คนเข้ามาเพื่อที่จะมาต่อสานกับเรื่องเหล่านี้ เลยเห็นว่าการเตรียมการสื่อสารสำหรับคนรุ่นใหม่ๆ พี่ว่าช่องเหล่านี้สำคัญและตอนนี้เรียกได้ว่า สังคมออนไลน์ที่อิสระ อย่าง กูเกิ้ล,ยาฮู ที่เป็นเว็บใหญ่ๆ แต่มันเริ่มมีการเกาะกลุ่มบนเว็บในลักษณะอย่างนี้เยอะ ถ้าเราสามารถเข้าไปและมีการปฏิสัมพันธ์กันได้มันก็ดีทีเดียวก็มองดูว่าตรง นี้น่าสนใจ</p></blockquote>
<p>บางกอกฟอรั่ม <a href="http://www.cser.ktb.co.th/project17.html">http://www.bangkokforum.net/about_us.htm</a><br />
ชมรมกรุงไทยอาสา <a href="http://www.cser.ktb.co.th/project17.html">http://www.cser.ktb.co.th/project17.html</a>                                                                                                   สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา  <a href="http://www.ldinet.org/2008/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=464&amp;Itemid=31">http://www.ldinet.org/2008/index.php?option=com_content&amp;task=view&amp;id=464&amp;Itemid=31</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/04/30/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-%e0%b8%88%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การปฏิรูปกฎหมายเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/03/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/03/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Mar 2009 06:58:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องราวน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=55</guid>
		<description><![CDATA[ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล
นักวิจัย ชุดโครงการ MEAs Watch สกว.ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ
3 มีนาคม 2552
ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกษตรเชิงพาณิชย์ เครื่องสำอาง หรือยาต่างก็ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีชีวภาพเป็นอย่างมาก อุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลในแต่ละปี ผลักดันให้ธุรกิจด้านไบโอเทคขยายตัวสูงขึ้น ในปี ค.ศ.2006 บริษัทด้านไบโอเทคในประเทศสหรัฐอเมริกามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 73.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับในทวีปยุโรป สินทรัพย์ของบริษัทด้านไบโอเทคก็เพิ่มขึ้นเป็น 62.1 พันล้านยูโร การขยายตัวของอุตสาหกรรมไบโอเทคเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการขยายปริมาณการสำรวจทางชีวภาพ (Bioprospecting) ในประเทศต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสมบูรณ์ เช่น ประเทศบราซิล อินเดีย และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา รวมทั้งประเทศไทย
ประชาคมระหว่างประเทศตื่นตัวต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรม และกังวลต่อปัญหาการลับลอบเข้าถึงและใช้ประโยชน์โดยประเทศที่เป็นเจ้าของทรัพยากรพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย ที่เรียกว่า “โจรสลัดชีวภาพ” (Bio-piracy) และหยิบยกเป็นประเด็นเจรจาในเวที CBD และนำมาสู่การเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (International Regime on Access and Benefit-sharing- IRABS)
บทความนี้จะกล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย และสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนตาม CBD โดยบทความนี้จะแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นสภาพปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><font color="#ff9f9f">ผศ.ดร.สมชาย รัตนชื่อสกุล</font></strong></p>
<p><font color="#ff9f9f">นักวิจัย ชุดโครงการ MEAs Watch สกว.ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ</font></p>
<p><font color="#ff9f9f">3 มีนาคม 2552</font></p>
<blockquote><p>ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกษตรเชิงพาณิชย์ เครื่องสำอาง หรือยาต่างก็ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีชีวภาพเป็นอย่างมาก อุตสาหกรรมเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลในแต่ละปี ผลักดันให้ธุรกิจด้านไบโอเทคขยายตัวสูงขึ้น ในปี ค.ศ.2006 บริษัทด้านไบโอเทคในประเทศสหรัฐอเมริกามีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 73.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับในทวีปยุโรป สินทรัพย์ของบริษัทด้านไบโอเทคก็เพิ่มขึ้นเป็น 62.1 พันล้านยูโร การขยายตัวของอุตสาหกรรมไบโอเทคเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการขยายปริมาณการสำรวจทางชีวภาพ (Bioprospecting) ในประเทศต่างๆ ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสมบูรณ์ เช่น ประเทศบราซิล อินเดีย และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา รวมทั้งประเทศไทย<span id="more-55"></span></p></blockquote>
<blockquote><p>ประชาคมระหว่างประเทศตื่นตัวต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรพันธุกรรม และกังวลต่อปัญหาการลับลอบเข้าถึงและใช้ประโยชน์โดยประเทศที่เป็นเจ้าของทรัพยากรพันธุกรรมดังกล่าวไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ เลย ที่เรียกว่า “โจรสลัดชีวภาพ” (Bio-piracy) และหยิบยกเป็นประเด็นเจรจาในเวที CBD และนำมาสู่การเจรจาเพื่อจัดทำระบอบระหว่างประเทศว่าด้วยการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ (International Regime on Access and Benefit-sharing- IRABS)</p></blockquote>
<blockquote><p>บทความนี้จะกล่าวถึงเหตุผลและความจำเป็นในการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทย และสอดคล้องกับหลักการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนตาม CBD โดยบทความนี้จะแบ่งเนื้อหาเป็น 4 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นสภาพปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย ในส่วนที่สองเป็นผลกระทบที่เกิดจากปัญหาและอุปสรรคดังกล่าวต่อการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพในเชิงเศรษฐกิจ ถัดไปจะเป็นข้อเสนอแนวทางพัฒนาปรับปรุงกฎหมายของประเทศไทยเพื่อให้เอื้อและเกิดประสิทธิภาพต่อการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพ และส่วนสุดท้ายเป็นบทสรุป</p></blockquote>
<p><strong><font color="#7f0707">อ่านข้อมูลเพิ่มเติม และดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่นี่ :</font></strong>  <a href="http://www.measwatch.org/autopage/show_page.php?t=19&amp;s_id=91&amp;d_id=91">http://www.measwatch.org/autopage/show_page.php?t=19&amp;s_id=91&amp;d_id=91 </a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/03/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เดินชมพฤกษาพาเพลิน กับ ชมรมหรี่เสี่ยงกรุงเทพ</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/02/24/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%8a/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/02/24/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%8a/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 24 Feb 2009 04:34:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหวภาคพลเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=47</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง : ผู้จัดการออนไลน์
หลังจากที่ ถูกเชิญไปเป็นวิทยากรสาธิตและสอนปั้นดินให้กับ ครู,บุคลากร และผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ อีกทั้งขนผลงานเซรามิกอาร์ตไปจัดแสดงในชื่อ นิทรรศการดลใจ‏ และ เป็นวิทยากรร่วมกับ ดร.อู่ทอง โฆวินฑะ,อ.อรยา สูตะบุตร และ อ.กรินทร์ กลิ่นขจร ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งชมรมหรี่เสียงกรุงเทพ เสวนาในหัวข้อ “ความเงียบงาม” โดยมี อ.ผ่อง เซ่งกิ่ง เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ เรือนศิลปะรสิกคาม โรงเรียนรุ่งอรุณ

 ศิลปินหญิง ปานชลี สถิรศาสตร์ ยังได้แจ้งข่าวมาว่ากิจกรรม เยือนมุมสงบกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7 ซึ่งใช้ชื่อว่า “เดินชมพฤกษาพาเพลิน” กำลังจะมีขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07.00 - 16.30 น. โดยครั้งนี้ได้วิทยากรเป็น ผศ.ยงยุทธ จรรยารักษ์ ผู้ที่เคยนำสมาชิกชมรมหรี่เสียงฯ และผู้ที่สนใจ ชมกรุงมาแล้วหนหนึ่ง กับกิจกรรม “ย่ำดูเมือง แสนเรืองรอง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เรื่อง :</strong> ผู้จัดการออนไลน์</p>
<p>หลังจากที่ ถูกเชิญไปเป็นวิทยากรสาธิตและสอนปั้นดินให้กับ ครู,บุคลากร และผู้ปกครองของนักเรียนโรงเรียนรุ่งอรุณ อีกทั้งขนผลงานเซรามิกอาร์ตไปจัดแสดงในชื่อ นิทรรศการดลใจ‏ และ เป็นวิทยากรร่วมกับ ดร.อู่ทอง โฆวินฑะ,อ.อรยา สูตะบุตร และ อ.กรินทร์ กลิ่นขจร ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งชมรมหรี่เสียงกรุงเทพ เสวนาในหัวข้อ “ความเงียบงาม” โดยมี อ.ผ่อง เซ่งกิ่ง เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ เรือนศิลปะรสิกคาม โรงเรียนรุ่งอรุณ</p>
<p><span id="more-47"></span></p>
<blockquote><p> ศิลปินหญิง ปานชลี สถิรศาสตร์ ยังได้แจ้งข่าวมาว่ากิจกรรม เยือนมุมสงบกรุงเทพฯ ครั้งที่ 7 ซึ่งใช้ชื่อว่า “เดินชมพฤกษาพาเพลิน” กำลังจะมีขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 07.00 - 16.30 น. โดยครั้งนี้ได้วิทยากรเป็น ผศ.ยงยุทธ จรรยารักษ์ ผู้ที่เคยนำสมาชิกชมรมหรี่เสียงฯ และผู้ที่สนใจ ชมกรุงมาแล้วหนหนึ่ง กับกิจกรรม “ย่ำดูเมือง แสนเรืองรอง มองหามุมสงบของชีวิต” และทุกคนก็ต่างติดอกติดใจร้องขอมาอีก เป็นผู้นำชมพื้นที่สีเขียวกลางกรุงอันเงียบสงบของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p></blockquote>
<p>ซึ่งตามกำหนดการณ์ เวลา 07.00 น. เมื่อสมาชิกทุกคนมาพบกัน ณ ใต้ร่มจามจุรี (ลานหลังพระบรมรูปสองรัชกาล) และรองท้องด้วยอาหารเช้าเบา ๆ พร้อมกาแฟอุ่นๆ ผศ.ยงยุทธ ก็จะพาทุกคนไปเรียนรู้ธรรมชาติพันธุ์พฤกษานอกตำรา พร้อมค้นหาวิธีคิดของศิลปินในสยาม ก่อนที่จะไปเติมพลังใส่กระเพาะ ณ ตลาดสามย่าน</p>
<blockquote><p>หลังจากนั้นมาพบกันอีกครั้งที่ลานใต้ตึกอธิการบดี ต่อด้วยการเดินชมพรรณไม้ที่หอมที่สุดในประเทศ,ชมเรือนไทยสไตล์ตะวันตก และสิ้นสุดการชมพฤกษา ณ สวนครุศาสตร์ แล้วแยกย้ายกันกลับบ้าน ณ ปากอุโมงค์ลอดถนนแห่งเดียวในประเทศไทย</p></blockquote>
<p>ค่าลงทะเบียน คนละ 150 บาท (รวมอาหารเช้า) โดยผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม ต้องรีบติดต่อไปที่ ปานชลี สถิรศาสตร์ ผ่านทาง quietbangkok@hotmail.com หรือ อ.กรินทร์ กลิ่นขจร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผ่านทาง projectsilence@hotmail.com หรือ โทร. 089 -146-4848 ตั้งแต่วันนี้เป็นเป็นต้นไป เพราะกิจกรรมทุกครั้งที่ผ่านมา เปิดรับสมัครเมื่อไหร่เต็มตลอด และในวันอาทิตย์ อย่าลืมเตรียม หมวก,รองเท้าที่สวมใส่ง่าย เดินสบาย,น้ำดื่ม และกล้องส่องทางไกล เพื่อดูนก ดอกไม้ และใบไม้ ไปด้วย</p>
<blockquote><p><strong>ผศ.ยงยุทธ จรรยารักษ์</strong> “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่สี เขียวกลางกรุงที่สงบเงียบ เหมาะแก่การพักผ่อนหูและตา ทั้งยังมีพันธุ์ไม้หลากชนิดที่น่าเรียนรู้ จึงขอชวนผู้รักต้นไม้มาร่วมกันเดินชมพันธุ์พฤกษ์ เพื่อความเพลิดเพลินใจด้วยกัน”</p></blockquote>
<p>ความเป็นมาของชมรมหรี่เสียงกรุงเทพฯ (Quiet Bangkok Club) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 เป็นต้นมา ได้มีการรวมตัวจากกลุ่มคนหลายอาชีพ ที่เล็งเห็นว่า กรุงเทพมีภาวะมลพิษเกิดขึ้นทุกตรอกซอย และอยากให้กรุงเทพเป็นเมืองสงบ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อรณรงค์แก้ไขมลพิษทางเสียง โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า ชมรมคนรักความเงียบ และ ชมรมคนเกลียดเสียงดัง เพื่อเสนอความคิดของการทำสื่อที่ให้ความรู้เรื่องมลพิษทางเสียงแก่ประชาชน</p>
<blockquote><p>ในปี พ.ศ. 2548 -2549 รถไฟฟ้าบีทีเอส ติดตั้งโทรทัศน์สำหรับพื้นที่โฆษณาที่ชานชาลาและในรถไฟฟ้า ซึ่งมีระดับเสียงเกินมาตรฐานไปมาก มีผู้ร้องเรียนจำนวนมากว่าเสียงดังภายในรถสร้างความเครียดและรบกวนเวลาพัก ผ่อนของผู้โดยสาร ชมรมคนรักความเงียบและชมรมคนเกลียดเสียงดัง ซึ่งขณะนั้นมีสมาชิกอยู่ราวแปดสิบคน ได้ทำจดหมายถึงผู้บริหารบีทีเอส เพื่อเรียกร้องให้ลดเสียง และขอให้ปรับปรุงเป็นโฆษณาที่ไม่ใช้เสียง จนได้รับความสนใจเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ</p></blockquote>
<p>ต่อมาชมรมมีสมาชิกเพิ่มขึ้น ซึ่งมีทั้งนักวิชาการสิ่งแวดล้อม สถาปัตยกรรมศาสตร์ สุนทรียศาสตร์ วิศวกร แพทย์ ตัวแทนจากองค์กรภาคเอกชน และนักศึกษา ตลอดจนมีผู้ร่วมลงชื่อคัดค้านเสียงดังกว่าห้าร้อยคน จึงได้ก่อตั้งเป็น “ชมรมหรี่เสียงกรุงเทพ” เพื่อปรับความคิดในการรณรงค์ต่อสู้เสียงดัง มาเป็นการสร้างภาคีความร่วมมือของภาคเอกชนและองค์กรของรัฐ ในการอยู่ร่วมกันในพื้นที่อย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน โดยใช้เสียงให้เหมาะสมตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก และส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างสำนึกและให้คุณค่าแก่ความเงียบ</p>
<p>เพื่อ ให้เรามีพื้นที่สำหรับการใช้เวลาในการสงบจิตใจ และ ตั้งสติในการดำเนินชีวิต ก่อนที่เราจะหลงทางไปไกลกว่านี้ และหูตึงมากไปกว่านี้</p>
<p><strong>ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์</strong>  <a href="http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9520000020389">h</a><a href="http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9520000020389">ttp://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9520000020389</a></p>
<p><strong>ชมรมหรี่เสียงกรุงเทพ : </strong><a href="http://www.quietbangkok.org"> </a><a href="http://www.quietbangkok.org">http://www.quietbangkok.org</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/02/24/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%8a/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;มีเดียมอนิเตอร์&#8217;ชี้ รายการเด็กหายไปจากหน้าจอทีวี</title>
		<link>http://thaicivicnet.com/blog/2009/02/23/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://thaicivicnet.com/blog/2009/02/23/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Feb 2009 10:10:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหวภาคพลเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaicivicnet.com/?p=46</guid>
		<description><![CDATA[ผล วิจัยโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อระบุ เรตติ้งรายการทั่วไปเยอะสุด ส่วนรายการเด็กเหลือเพียง1% ขณะที่รายการเพื่อเด็กปฐมวัยหายไปจากจอโทรทัศน์ 

ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (มีเดียมอนิเตอร์) แถลงผลการศึกษารอบที่ 14 เรื่อง &#8216;เรตติ้งรายการโทรทัศน์: จุดเด่นและข้อจำกัด&#8217; ซึ่งเป็นการศึกษาและวิเคราะห์เนื้อหารายการโทรทัศน์ทุกประเภทของสถานี โทรทัศน์ฟรีทีวีทุกช่อง ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ในช่วงวันที่ 1-7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยดร.เอื้อจิต กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์ทุกช่องมีสัดส่วนรายการประเภทความเหมาะสมของสื่อโทรทัศน์ (เรตติ้ง) &#8216;ท&#8217; (รายการทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย) มากที่สุด ซึ่งสถานีโทรทัศน์ช่อง3, 5, 9 และTITV มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ50 เนื่องจากอาจเป็นเหตุผลด้านการตลาด เพื่อกำหนด&#8217;กลุ่มตลาดผู้ชมหลัก&#8217; มากกว่าการกำหนดตามสัดส่วนเนื้อหากระจายตามกลุ่มผู้ชมต่างๆ 
ส่วน รายการประเภทเรตติ้ง &#8216;ป&#8217; (รายการที่เหมาะสมสำหรับเด็กในปฐมวัย ช่วงอายุ 3-5 ปี) นั้น ไม่มีในสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีทุกช่อง ทั้งนี้ รายการเด็กหรือรายการประเภทเรตติ้ง &#8216;ด&#8217; จากที่เคยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 10-15 ในทุกช่อง กลับเหลือเพียงร้อยละ 1 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">ผล วิจัยโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อระบุ เรตติ้งรายการทั่วไปเยอะสุด ส่วนรายการเด็กเหลือเพียง1% ขณะที่รายการเพื่อเด็กปฐมวัยหายไปจากจอโทรทัศน์ </font></p>
<p><font face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><span id="more-46"></span></font></p>
<blockquote><p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ผู้อำนวยการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (มีเดียมอนิเตอร์) แถลงผลการศึกษารอบที่ 14 เรื่อง &#8216;เรตติ้งรายการโทรทัศน์: จุดเด่นและข้อจำกัด&#8217; ซึ่งเป็นการศึกษาและวิเคราะห์เนื้อหารายการโทรทัศน์ทุกประเภทของสถานี โทรทัศน์ฟรีทีวีทุกช่อง ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ในช่วงวันที่ 1-7 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยดร.เอื้อจิต กล่าวว่า สถานีโทรทัศน์ทุกช่องมีสัดส่วนรายการประเภทความเหมาะสมของสื่อโทรทัศน์ (เรตติ้ง) &#8216;ท&#8217; (รายการทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ชมทุกวัย) มากที่สุด ซึ่งสถานีโทรทัศน์ช่อง3, 5, 9 และTITV มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ50 เนื่องจากอาจเป็นเหตุผลด้านการตลาด เพื่อกำหนด&#8217;กลุ่มตลาดผู้ชมหลัก&#8217; มากกว่าการกำหนดตามสัดส่วนเนื้อหากระจายตามกลุ่มผู้ชมต่างๆ </font></p></blockquote>
<p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">ส่วน รายการประเภทเรตติ้ง &#8216;ป&#8217; (รายการที่เหมาะสมสำหรับเด็กในปฐมวัย ช่วงอายุ 3-5 ปี) นั้น ไม่มีในสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีทุกช่อง ทั้งนี้ รายการเด็กหรือรายการประเภทเรตติ้ง &#8216;ด&#8217; จากที่เคยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 10-15 ในทุกช่อง กลับเหลือเพียงร้อยละ 1 เท่านั้น ซึ่งในบางช่องไม่มีเลย ซึ่งอาจตั้งข้อสังเกตุได้ว่าอาจมีปัจจัยบางตัว เช่น การตลาดหรือการโฆษณา แทรกแซงการผลิตรายการสำหรับเด็กดังกล่าว </font></p>
<p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">ด้านนายธาม เชื้อสถาปนศิริ หัวหน้านักวิจัยโครงการฯ กล่าวว่า ร้อยละ 53.8 ของรายการโทรทัศน์ทั้งหมด ให้เรตติ้งไม่ตรงกับการศึกษาของโครงการฯ ตรวจวัด ซึ่งมีทั้งการให้ระดับเรตติ้งสูงกว่าเนื้อหาที่เป็นจริงและการให้ระดับ เรตติ้งต่ำกว่าระดับความเป็นจริง โดยช่องที่จัดเรตติ้งไม่ตรงมากที่สุด ได้แก่ ช่องTITV รองลงมาคือช่อง 3, 5, 11 และช่อง 7 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของสถานีโทรทัศน์ที่มีสัดส่วนรายการที่ไม่ระบุเรตติ้ง มีสูงถึงประมาณร้อยละ 40 </font></p>
<blockquote><p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">ดร.วิลาสินี พิพิธกุล อดุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม(สสส.) กล่าว ว่า สถานีโทรทัศน์มีการจัดเรตติ้งเพียงร้อยละ 40 อาจเนื่องจากเครื่องมือวัดเรตติ้งมีความซับซ้อนและยุ่งยาก โดยตัวแปรหลายตัวมีรายละเอียดมากเกินไปและกว้างเกินไป ทั้งนี้ ดร.วิลาสินี ได้กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ควรรื้อสร้างความเคยชินต่อความรุนแรงในสังคมและวัฒนธรรมไทย และทำให้เครื่องมือการใช้เรตติ้งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการรับสื่อในบ้าน เรา </font></p></blockquote>
<p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">&#8216;ดิฉันคิดว่าความรุนแรงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะมันฝังอยู่ในระบบคิดและวัฒนธรรมของคนไทย ในขณะที่เรื่องเพศและการใช้ภาษา เราอ่อนไหวกับมันค่อนข้างมาก สังคมไทยอ่อนไหวกับเรื่องนี้มากกว่าเรื่องความรุนแรง เพราะฉะนั้นอาจเป็นสาเหตุที่เรามีตัวแปรเรื่องความรุนแรงเยอะ เครื่องมืออันนี้เป็นเครื่องมือที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชน แต่ในขณะเดียวกัน ความสำเร็จของเครื่องมือนี้อยู่ที่ผู้ผลิต จำเป็นที่สุด คือผู้ผลิตและสถานีต้องเป็นผู้จัดการเครื่องมือนี้ด้วยตัวเขาเอง โดยภาคสังคมเป็นฝ่ายหนุนทัพหรือส่งเสริม&#8217; ผู้อำนวยการ สสส. กล่าว </font></p>
<blockquote><p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">ด้านนายประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการผู้จัดการ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าว ว่า ความยุ่งยากของการจัดเรตติ้งของประเทศไทย เนื่องจากใช้มาตรฐานของต่างประเทศ ซึ่งมีมานานกว่า 10 ปี ประกอบกับข้อแตกต่างระหว่างไทยกับต่างประเทศคือรสนิยมในการชมรายการของผู้ชม จึงขอความเป็นธรรม อย่ามองเป็นความบกพร่องของสถานีเพียงอย่างเดียว </font></p></blockquote>
<p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif">&#8216;เรา เองพยายามจะทำแต่สิ่งดีๆ เราไม่ค่อยหยิบมาพูดกัน อย่างเช่น แฟนพันธุ์แท้ อัจฉริยะข้ามคืน กล่องดำ เป็นความรู้ทั้งนั้น แต่ไม่มีใครพูดถึง เราพูดถึงแต่นางเอกตบกับตัวร้าย เราพูดถึงแต่กรรชัย (กำเนิดพลอย) แล้วจะหาโอกาสให้รายการดีๆ แทรกขึ้นมาได้อย่างไร ผมจะหาโอกาสไปเดินสำรวจเรื่องที่ผมพยายามจะทำให้ได้ที่สุด ก็คือ รายการ ถ้าคุณแน่ อย่าแพ้ป.4 ว่าทำออกมาแล้วจะประสบความสำเร็จหรือไม่ คนดูรับหรือไม่ เราเรียกร้องขอรายการดีๆ ผมเชื่อว่ายังมีคนอยู่เยอะมากที่ไม่เคยดู จะเรียกร้องอะไรดีๆ ต้องช่วยกันด้วย&#8217; นายประวิทย์ กล่าว </font></p>
<p><font size="2" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><font color="#4f3636"><strong>ที่มา</strong></font>  :  </font><a href="http://mediamonitor.in.th/"><font face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><font size="2">http://mediamonitor.in.th/</font></font></a></p>
<p><font size="+0" face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"><br />
</font><font face="tahoma,arial,helvetica,sans-serif"> </font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://thaicivicnet.com/blog/2009/02/23/%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
